ในสภาพอากาศเมืองไทยที่ต้องรับมือ ทั้งแดดแรงจัดและพายุฝนที่มาเยือนแบบไม่ทันตั้งตัว “กันสาด” จึงถือเป็นโครงสร้างต่อเติมชิ้นสำคัญที่ช่วยปกป้องบ้านที่คุณรัก แต่สำหรับบ้านยุคใหม่ การเลือกใช้หลังคาทึบแสงแบบเดิม ๆ มักทำให้พื้นที่ใต้ชายคาดูมืดทึบ อับทึบ และบดบังแสงสว่างตามธรรมชาติ
ด้วยเหตุนี้ “กันสาดโปร่งแสง” และ “กันสาดแบบใส” จึงกลายเป็นวัสดุมุงหลังคายอดนิยมที่ตอบโจทย์เจ้าของบ้านยุคนี้ได้ดีที่สุด เพราะมีบทบาทสำคัญถึง 2 ด้านพร้อมกัน คือการทำหน้าที่เป็น เกราะป้องกันแดดและฝนสาดบริเวณภายนอกรอบบ้าน ควบคู่ไปกับการทำหน้าที่เป็นช่องแสงธรรมชาติ (Skylight) เพื่อเติมความสว่างและลดความอับชื้นสู่ภายในบ้าน
ในบทความนี้ D-Lite ได้รวบรวมคู่มือจุดติดตั้งกันสาดโปร่งแสง และกันสาดใสแบบครบวงจร ครบทั้ง 14 จุดภายนอก และภายในบ้านทำช่องแสง Skylight เติมความสว่าง ลดกลิ่นอับ ประหยัดไฟ
ทำไมบ้านยุคใหม่ ถึงควรติดตั้งกันสาดโปร่งแสง และกันสาดใส?
ช่วงฤดูฝน ไม่เพียงแต่นำพาความชุ่มฉ่ำมาให้ แต่ยังแฝงมาด้วยปัญหาความเสียหายที่เจ้าของบ้านต้องคอยจ่ายค่าซ่อมแซมอยู่เสมอ หากปล่อยให้ฝนสาดเข้าบ้านโดยไม่มีกันสาดปกป้อง คุณอาจต้องเผชิญกับ 4 ปัญหาหนักใจเหล่านี้
- ปัญหาตะไคร่น้ำลื่นและเชื้อราสะสม: ละอองฝนที่สาดโดนผนัง และพื้นคอนกรีตอย่างต่อเนื่อง จะก่อให้เกิดความชื้นสะสม กลายเป็นคราบตะไคร่น้ำเขียว ที่ทำให้พื้นลื่นเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ทั้งยังทำให้สีทาบ้านลอกล่อน และโครงสร้างเหล็กเกิดสนิม
- บานพับขึ้นสนิม ประตูไม้บวมฝืด: ความชื้นในอากาศทำให้อุปกรณ์โลหะ และบานพับขึ้นสนิมจนฝืด ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ขณะที่วงกบหรือประตูไม้จะดูดซับน้ำจนขยายตัว ทำให้เปิด-ปิดยาก
- เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านเสียหาย: ละอองฝนที่สาดเข้ามาทางหน้าต่างหรือประตู จะทำลายเนื้อไม้ โซฟาผ้า หรือพรม จนเกิดเชื้อรา บวมพอง และสะสมกลิ่นอับชื้น
- เสี่ยงอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจร: ปลั๊กไฟ เต้ารับ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่นอกบ้าน หากโดนน้ำฝนสาดเข้าถึง อาจเกิดการลัดวงจร ประกายไฟ และเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้หรือไฟดูดสมาชิกในครอบครัว
การเลือกติดตั้งกันสาดโปร่งแสง หรือกันสาดใสจึงเป็นทางออกที่ลงตัว เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันน้ำฝน และรังสี UV ได้มากกว่า 99% แล้ว ยังเปิดให้แสงสว่างธรรมชาติส่องผ่านลงมาได้อย่างพอเหมาะ ทำให้บรรยากาศรอบบ้านสว่าง โปร่งโล่ง ไม่อึดอัด และไม่ต้องกังวลกับปัญหาความชื้นสะสมอีกต่อไป
ทั้งนี้ หากใครกำลังมองหากันสาดโปร่งแสง ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องดีไซน์ และประโยชน์การใช้งานในบริเวณต่าง ๆ เพื่อป้องกันฝุ่นละออง และพายุฝน ในช่วงฤดูฝนได้เต็มประสิทธิภาพ ขอแนะนำ D-Lite ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหลังคา จากบริษัทแอมเพิลไลท์ จาก BVQI และมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 612-2549
5 จุดติดตั้งกันสาดโปร่งแสง นอกตัวบ้าน จบปัญหาฝนสาดรอบทิศทาง
เพื่อปกป้องสภาพแวดล้อมรอบตัวบ้านจากพายุฝน และแสงแดดจัด การวางแผนติดกันสาดในจุดที่เหมาะสม จะช่วยยืดอายุการใช้งานของตัวบ้านได้อย่างคุ้มค่า โดยมี 5 ตำแหน่งสำคัญภายนอกบ้านที่แนะนำ ดังนี้
- โรงจอดรถ: ตำแหน่งยอดฮิตอันดับหนึ่ง กันสาดโปร่งแสงช่วยปกป้องสีรถยนต์ ยางรถ และชิ้นส่วนภายในห้องโดยสาร ไม่ให้เสื่อมสภาพจากแดดจัด ทั้งยังป้องกันเศษกิ่งไม้ และฝุ่นละอองที่มาพร้อมกับลมพายุในหน้าฝน (ข้อแนะนำ: ไม่ควรจัดตำแหน่งโรงจอดรถไว้ชิดแนวท่อระบายน้ำหลักจนเกินไป เพื่อลดความเสี่ยงจากสัตว์เลื้อยคลานช่วงฝนตกชุก)
- หน้าประตูทางเข้าบ้าน: ประตูบ้านเป็นด่านแรกที่เผชิญ ทั้งแดดและฝนสาดโดยตรง การติดกันสาดโปร่งแสงบริเวณนี้ จะช่วยถนอมบานประตู มุ้งลวด ผ้าม่าน และพื้นทางเข้าไม่ให้ผุกร่อนจากความชื้น ทั้งยังช่วยให้สมาชิกในบ้านมีพื้นที่ยืนหลบฝนขณะไขกุญแจเข้าบ้าน
- บริเวณข้างบ้าน: ผนังข้างบ้านมักเป็นจุดติดตั้งตู้ควบคุมไฟ ปลั๊กไฟภายนอก ปั๊มน้ำ และคอมเพรสเซอร์แอร์ การติดกันสาดโปร่งแสง จะช่วยป้องกันน้ำฝนซึมเข้าอุปกรณ์ไฟฟ้า ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรได้อย่างดีเยี่ยม และยังสามารถเปลี่ยนพื้นที่ว่างข้างบ้านให้เป็นมุมนั่งเล่นอ่านหนังสือ หรือมุมจัดสวนไม้กระถางที่ไม่ชอบแดดจัดได้อีกด้วย
- พื้นที่หลังบ้าน (ครัวไทยและลานซักล้าง): หลังบ้านเป็นหัวใจของการทำงานบ้าน การมีกันสาดโปร่งแสงคลุมพื้นที่ไว้ จะช่วยให้คุณสามารถประกอบอาหารนอกบ้านได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกลัวฝนสาดใส่เครื่องใช้ไฟฟ้า และช่วยให้ตากผ้าได้ในทุกสภาพอากาศ เพราะแสงแดดยังคงส่องผ่านลงมาช่วยให้ผ้าแห้งสนิท ไม่อับชื้น และไม่ต้องคอยวิ่งเก็บผ้าเมื่อฝนตกกะทันหัน
- ระเบียงบ้านชั้นบน: ระเบียงชั้นบนมักถูกทิ้งร้างเพราะโดนแดดบ่าย และฝนสาดเต็ม ๆ การมุงกันสาดโปร่งแสง จะช่วยเปลี่ยนระเบียงให้กลายเป็นมุมพักผ่อนชมวิว จิบกาแฟ หรือพื้นที่รับประทานอาหารมื้อค่ำที่ใช้งานได้จริงในทุกฤดู โดยยังคงความสว่างและโปร่งโล่งสบายตา
สรุปจุดติดตั้งภายนอก: การติดตั้งกันสาดใน 5 บริเวณสำคัญนี้ นอกจากจะช่วยปกป้องโครงสร้างและทรัพย์สินมีค่าจากแดดและฝนแล้ว ยังช่วยขยายพื้นที่ใช้สอยรอบบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุกสภาพอากาศ
9 จุดติดตั้งกันสาดใส ภายในบ้าน เติมแสงธรรมชาติ โปร่งสว่าง ไม่มืดทึบ
การออกแบบบ้านยุคใหม่ โดยเฉพาะบ้านสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ หรือบ้านปูนเปลือย มักมีปัญหาภายในบ้านดูมืดทึบ การเจาะช่องแสงเพดานและมุงด้วยกันสาดแบบใส หรือแผ่นสกายไลท์ (Skylight) จึงเป็นเทรนด์ยอดนิยมในการดึงแสงธรรมชาติ เข้าสู่ 9 จุดสำคัญภายในบ้าน โดยแบ่งตามฟังก์ชันการใช้งานได้ ดังนี้
โซนสัญจรและพื้นที่ส่วนกลาง
- โถงทางเดินในบ้าน: ทางเดินเชื่อมระหว่างห้องที่มักมืดและแคบ การเจาะช่องแสงด้านบนจะช่วยเพิ่มความสว่าง ทำให้มองเห็นชัดเจน ปลอดภัยต่อการเดินสัญจร โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุ
- โถงเหนือบันได: บันไดเป็นจุดเสี่ยงอันตรายที่สุดจุดหนึ่งของบ้าน ช่องแสงสกายไลท์เหนือบันไดจะช่วยขจัดมุมอับมืด เพิ่มความสว่างชัดเจนทุกขั้นบันได ช่วยลดอุบัติเหตุพลัดตกหกล้ม และประหยัดค่าไฟเปิดไฟบันไดช่วงกลางวัน
- ห้องนั่งเล่น / พื้นที่ส่วนรวม: การเปิดรับแสงธรรมชาติที่นุ่มนวลลงสู่ห้องนั่งเล่น จะช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ผ่อนคลาย ทำให้พื้นที่ดูกว้างขวาง ไม่อึดอัด เหมาะสำหรับการรวมตัวของสมาชิกในครอบครัว
โซนสุขอนามัยและลดความอับชื้น
- ห้องครัว (โซนปรุงอาหารและอ่างล้างจาน): แสงแดดมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคตามธรรมชาติ การเปิดช่องแสงเหนือเคาน์เตอร์เตรียมอาหาร และซิงค์ล้างจาน จะช่วยขจัดความชื้นสะสม ลดกลิ่นอับ และป้องกันการเกิดเชื้อรา
- ห้องน้ำ: ห้องน้ำเป็นห้องที่มีความชื้นสะสมสูงสุด การติดตั้งกันสาดใสเหนือเพดานห้องน้ำจะช่วยให้แดดส่องลงมาฆ่าเชื้อราและแบคทีเรีย ทำให้ห้องน้ำแห้งไว ถูกสุขลักษณะ และให้ความรู้สึกเหมือนอาบน้ำท่ามกลางธรรมชาติ (ควรจัดวางตำแหน่งให้มิดชิดเพื่อความเป็นส่วนตัว)
- ห้องซักรีดอเนกประสงค์: สำหรับบ้านที่จัดมุมซักผ้าไว้ภายในตัวบ้าน การทำหลังคาช่องแสงใสจะช่วยให้สามารถตากผ้าในร่มได้อย่างมั่นใจ ผ้าแห้งไว ไร้กลิ่นอับ แม้ในวันที่พายุฝนตกหนักตลอดทั้งวัน
โซนพักผ่อนและทำงาน
- มุมทำงาน / โฮมออฟฟิศ: แสงสว่างธรรมชาติช่วยเพิ่มสมาธิ ลดความเมื่อยล้าของดวงตา และสร้างบรรยากาศที่กระปรี้กระเปร่า เหมาะสำหรับการนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือได้ยาวนานขึ้น
- ห้องรับประทานอาหาร: แสงสว่างอ่อนๆ จากด้านบนจะช่วยสร้างบรรยากาศโรแมนติกและอบอุ่นในมื้ออาหาร ทำให้การรับประทานอาหารร่วมกันในบ้านมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
- ห้องนอน: การเปิดช่องแสงบางส่วนบนเพดานห้องนอน ช่วยเปิดมุมมองให้คุณนอนมองดูท้องฟ้าและดวงดาวในยามค่ำคืน และรับแสงอรุณรุ่งในยามเช้า (ข้อแนะนำ: ควรเลือกใช้แผ่นโทนสีเข้ม เช่น สีเทา สีชา หรือติดตั้งม่านเปิด-ปิดเสริม เพื่อป้องกันความร้อนและแสงแดดแยงตาในตอนเช้าตรู่)
สรุปจุดติดตั้งภายใน: การเพิ่มช่องแสงสกายไลท์ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่เพียงช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าส่องสว่างในเวลากลางวัน แต่ยังช่วยยกระดับสุขอนามัยภายในบ้านด้วยการลดความอับชื้นและเชื้อราอย่างเป็นธรรมชาติ
เคล็ดลับเลือก หลังคาโปร่งแสง และหลังคาใส ให้ตอบโจทย์แต่ละจุด
การเลือกวัสดุมุงหลังคาให้ตรงกับลักษณะพื้นที่ จะช่วยยืดอายุการใช้งานและมอบความคุ้มค่าสูงสุด
- สำหรับการติดตั้งภายนอกรอบบ้าน (กันฝน-กันแดด): ควรเลือกวัสดุกันสาดโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส (GRP) เพราะมีคุณสมบัติสะท้อนรังสี UV สูงถึง 99% ป้องกันความร้อนได้ดีเยี่ยม กระจายแสงได้นุ่มนวลสบายตา ไม่กักเก็บความร้อนใต้ชายคา และมีความทนทานต่อพายุฝน ไม่เปราะแตกหักง่าย
- สำหรับการติดตั้งภายในตัวบ้าน (ช่องแสงสกายไลท์ Skylight): ควรเลือกวัสดุ แผ่นโพลีคาร์บอเนตใสคุณภาพสูง (เช่น D-Lite PolySky) ซึ่งให้ความใสเคลียร์คล้ายกระจกแท้ มีความเหนียวทนทานต่อแรงกระแทกสูง น้ำหนักเบา ปลอดภัยต่อโครงสร้าง และต้องเลือกใช้ช่างที่มีความชำนาญในการติดตั้งระบบล็อกแผ่นแบบไร้รอยเจาะสกรู (Standing Seam) เพื่อป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าสู่ภายในบ้านได้อย่างมั่นใจ
ตอบโจทย์ทุกมุมบ้าน ด้วยกันสาดคุณภาพ มาตรฐานระดับสากลจาก D-Lite
ไม่ว่าโจทย์ของคุณจะเป็นการ “ต่อเติมกันสาดภายนอกเพื่อป้องกันพายุฝน” หรือการ “เจาะช่องแสงธรรมชาติภายในบ้านเพื่อความโปร่งโล่งและประหยัดพลังงาน” แผ่นหลังคาตรา ดีไลท์ (D-Lite) ภายใต้ บริษัท แอมเพิลไลท์ เวิลด์ จำกัด มีผลิตภัณฑ์ที่พร้อมตอบสนองทุกความต้องการ
- กันสาดโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส D-Lite: ผลิตจาก GRP คุณภาพพรีเมียมลิขสิทธิ์จากออสเตรเลีย ได้รับการรับรองตาม มาตรฐาน มอก. 612 กรองรังสี UV 99% แสงผ่านนุ่มนวล บ้านร่มเย็น ไม่สะสมความร้อน มีทั้งแบบลอนคลื่น ลอนเรียบ ลอนเรียบ 2 in 1 (2 เคลือบ) และลอนฟูจิสไตล์มินิมอล
- D-Lite PolySky: แผ่นหลังคาโพลีคาร์บอเนตใสคุณภาพสูง แข็งแรงทนทาน ทนแรงกระแทกได้ดีกว่ากระจกหลายเท่า มาพร้อมระบบติดตั้ง Standing Seam ล็อกแน่นหนาโดยไม่ต้องเจาะสกรูบนผิวหน้า เคลือบสารกัน UV คุณภาพสูง พร้อมการรับประกันยาวนานถึง 10 ปี
สำหรับใครที่กำลังมาหากันสาดโปร่งแสงคุณภาพดี และได้มาตรฐานระดับสากล ซึ่งมีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน และรังสี UV ได้มากกว่า 99% ทั้งยังป้องกันมลภาวะต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่าลืมนึกถึง D-Lite เราเป็นผู้ผลิตหลังคา และแผ่นไฟเบอร์กลาสคุณภาพสูง หากสนใจติดต่อเราได้ที่ Line: @kansaddlite หรือโทร 085-155-6532, 02-312-4949

