กันสาดคืออะไร ? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับบ้าน (คู่มือ 2026)

กันสาด

กันสาด คือองค์ประกอบสำคัญในการต่อเติมบ้าน มีลักษณะเป็นโครงสร้างหลังคาที่ยื่นออกจากตัวอาคาร ทำหน้าที่เป็นปราการด่านแรกในการป้องกันแสงแดด ความร้อน ลม ฝุ่น และเม็ดฝนไม่ให้สาดเข้าสู่ตัวบ้าน ช่วยป้องกันไม่ให้ประตู หน้าต่าง หรือเฟอร์นิเจอร์เสื่อมโทรมก่อนเวลาอันควร นอกจากนี้ กันสาดยังช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายนอกบ้าน ไม่ว่าจะเป็น โรงจอดรถ ลานซักล้าง มุมพักผ่อน หรือพื้นที่นั่งเล่น ให้สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพตลอดทั้งปี

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีวัสดุก่อสร้างได้พัฒนาไปอย่างมาก ทำให้เจ้าของบ้านมีตัวเลือกทั้งในแง่ของวัสดุ โครงสร้าง และระบบการใช้งานที่หลากหลาย เพื่อให้ตอบโจทย์ที่อยู่อาศัยทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรืออาคารพาณิชย์ ในบทความนี้ D-Lite ได้รวบรวมคู่มือฉบับสมบูรณ์ ตั้งแต่วิธีเลือกวัสดุ โครงสร้าง ทิศทางแดด สไตล์การตกแต่ง ไปจนถึงข้อกฎหมายที่ต้องรู้ก่อนติดตั้ง เพื่อให้การต่อเติมกันสาดของคุณคุ้มค่า สวยงาม และปลอดภัยที่สุด

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

กันสาด

แนะนำ 6 ประเภทกันสาดยอดนิยม และเปรียบเทียบวัสดุที่ใช้

วัสดุสำหรับทำแผ่นหลังคากันสาดมีหลากหลายประเภท ซึ่งแต่ละชนิดมีจุดเด่น ข้อจำกัด และความเหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้

1. กันสาดไฟเบอร์กลาส (Fiberglass Reinforced Plastic FRP)

ผลิตจากเส้นใยไฟเบอร์กลาสผสานเรซินโพลีเอสเตอร์คุณภาพสูง ขึ้นรูปเป็นลอนแผ่นหลังคาที่มีความยืดหยุ่น และเหนียวแน่นทนทานสูง โดยมีรายละเอียดคุณสมบัติสำคัญ ดังนี้

  • จุดเด่น: ให้แสงธรรมชาติที่นุ่มนวล สบายตา กระจายแสงได้สม่ำเสมอ ไม่แสบตา และสะท้อนรังสี UV ได้มากถึง 99% น้ำหนักเบา ทนต่อความชื้น สารเคมี และสภาพอากาศแปรปรวน ที่สำคัญคือ มีอัตราการขยายตัวต่ำกว่าโพลีคาร์บอเนตถึง 50% ทำให้ลดปัญหาเสียงลั่นและโครงสร้างบิดงอ
  • ข้อจำกัด: หากเป็นสินค้าเกรดต่ำ เส้นใยแก้วอาจหลุดล่อนได้ง่าย จึงควรเลือกใช้แบรนด์ที่ได้มาตรฐานสากล เช่น กันสาดดีไลท์ (D-Lite)
  • เหมาะสำหรับ: โรงจอดรถ ระเบียงหน้าบ้าน โซนซักล้าง สวนข้างบ้าน หรือบ้านในพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่มีความชื้นสูง
  • การรับประกันคุณภาพ: รับประกันสูงสุด 15 ปี (สำหรับกันสาด D-Lite)

กันสาดไฟเบอร์กลาส ถือเป็นวัสดุที่ให้ความคุ้มค่าสูงสุดในระยะยาว เหมาะกับบ้านที่ต้องการแสงสว่างธรรมชาติโดยไม่สะสมความร้อน

2. กันสาดโพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate)

ผลิตจากเม็ดพลาสติกคุณภาพสูง จากกระบวนการปิโตรเคมี มีทั้งแบบแผ่นตัน และแบบรังผึ้ง/ลอนลูกฟูก มีคุณสมบัติการใช้งาน ดังนี้

  • จุดเด่น: โปร่งแสงสูง มีสีสันให้เลือกเยอะ น้ำหนักเบา สามารถดัดโค้งตามรูปทรงโครงสร้างได้ง่าย ราคาเข้าถึงได้
  • ข้อจำกัด: เมื่อใช้งานกลางแจ้งเป็นเวลานาน แผ่นมีโอกาสกรอบแตก สีเหลือง และซีดจาง สำหรับแบบรังผึ้งมักพบปัญหาไอน้ำและตะไคร่น้ำสะสมในช่องแผ่นจนขุ่นมัว ทำความสะอาดไม่ได้ และไม่ทนทานต่อสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรด-ด่าง หากเสียหายมักต้องเปลี่ยนยกแผง
  • เหมาะสำหรับ: พื้นที่ที่ต้องการความโปร่งตา ลานกิจกรรม หรือหลังคากันสาดทรงโค้ง
  • อายุการใช้งาน: 5–10 ปี

กันสาดโพลีคาร์บอเนต เหมาะกับงานตกแต่งที่เน้นรูปทรงดัดโค้ง และงบประมาณจำกัด แต่ต้องเตรียมพร้อมเรื่องการดูแลเปลี่ยนแผ่นตามรอบอายุการใช้งาน

3. กันสาดไวนิล (uPVC)

ผลิตจากพลาสติกสังเคราะห์ พอลิไวนิลคลอไรด์ (Unplasticized Polyvinyl Chloride) เกรดสำหรับงานภายนอก มีจุดเด่น และข้อจำกัด ดังนี้

  • จุดเด่น: มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนในตัว ป้องกันความร้อนสะสมได้ดีเยี่ยม จุดเด่นสำคัญคือ ช่วยซับเสียงฝนตกกระทบได้ดีมาก ไม่เกิดเสียงดังรบกวน ให้ภาพลักษณ์ที่เรียบหรู ทันสมัย
  • ข้อจำกัด: แผ่นมีน้ำหนักค่อนข้างมาก ทำให้ต้องใช้โครงสร้างที่แข็งแรงและมีขนาดใหญ่ ส่งผลให้งบประมาณโดยรวมสูงขึ้น และเมื่อใช้งานไปหลายปี สีอาจมีอาการซีดจางลงบ้าง
  • เหมาะสำหรับ: โรงจอดรถ พื้นที่ข้างบ้าน และครัวหลังบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่ต้องการความเงียบสงบและเน้นร่มเงา
  • อายุการใช้งาน: 10–15 ปี

กันสาดไวนิล ตอบโจทย์เจ้าของบ้านที่ต้องการความเงียบ และร่มเงาบังแดดแบบ 100% ภายใต้งบประมาณโครงสร้างที่พร้อมรองรับน้ำหนัก

4. กันสาดเมทัลชีท (Metal Sheet)

ผลิตจากแผ่นเหล็กรีดลอน เคลือบสารป้องกันสนิมจากโลหะผสมอะลูมิเนียมและสังกะสี (Aluzinc) มีคุณสมบัติหลัก ดังนี้

  • จุดเด่น: แข็งแรง ทนทานสูง ไม่แตกหักง่าย น้ำหนักเบา รอยต่อน้อย ทำให้โอกาสรั่วซึมต่ำ ติดตั้งสะดวกรวดเร็ว และราคาประหยัดที่สุด
  • ข้อจำกัด: กักเก็บความร้อนสูง ทำให้อากาศใต้กันสาดร้อนอบอ้าว และมีเสียงดังรบกวนชัดเจนเมื่อฝนตก จำเป็นต้องติดตั้งฉนวนกันความร้อน (เช่น PU Foam หรือ PE) เพิ่มเติมเพื่อลดเสียงและอุณหภูมิ
  • เหมาะสำหรับ: ลานจอดรถขนาดใหญ่ ครัวไทยนอกบ้าน หรือพื้นที่ใช้งานหนัก
  • อายุการใช้งาน: 10–20 ปี (ขึ้นอยู่กับความหนาและเกรดของสารเคลือบ)

กันสาดเมทัลชีท ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในเชิงราคา และความแข็งแรง แต่จำเป็นต้องลงทุนติดฉนวนกันความร้อนควบคู่กันเสมอ

5. กันสาดผ้าใบ (Fabric Awning)

มีทั้งแบบโครงสร้างตายตัว และแบบพับเก็บได้ ทั้งระบบหมุนและมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีคุณสมบัติดังนี้

  • จุดเด่น: มีความยืดหยุ่นสูง สามารถเปิดรับแสงแดดหรือกางออกเพื่อบังฝนได้ตามต้องการ ดีไซน์มีเสน่ห์ เพิ่มบรรยากาศสไตล์คาเฟ่ยุโรป
  • ข้อจำกัด: ไม่ทนทานต่อลมพายุแรง มีโอกาสเกิดคราบเชื้อราหรือคราบน้ำฝนสะสม และอายุการใช้งานสั้นกว่าแผ่นหลังคาแข็ง
  • เหมาะสำหรับ: ระเบียงคอนโด คาเฟ่ ร้านอาหาร หรือมุมนั่งจิบกาแฟ Outdoor
  • อายุการใช้งาน: 5–8 ปี

กันสาดผ้าใบ ตอบโจทย์การใช้งานที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันพื้นที่ได้ตามช่วงเวลาและสภาพอากาศ

สรุปเปรียบเทียบคุณสมบัติวัสดุกันสาดแต่ละประเภท

วัสดุการส่องผ่านของแสงการป้องกันความร้อนเสียงฝนตกกระทบความทนทานจุดเด่นหลัก
ไฟเบอร์กลาส (D-Lite)แสงธรรมชาติ นุ่มนวล ไม่แสบตาดีมาก (สะท้อน UV 99%)ปานกลาง – เงียบสูงมาก (รับประกันสูงสุด 15 ปี)สบายตา ไม่ร้อน ไม่ลั่น กรอบแตกยาก คุ้มค่าระยะยาว
โพลีคาร์บอเนตโปร่งใส – โปร่งแสงปานกลางปานกลางปานกลาง (ระวังกรอบแตก)น้ำหนักเบา ดัดโค้งง่าย สีสันหลากหลาย
ไวนิล (uPVC)ทึบแสงดีเยี่ยมเงียบมากสูงเงียบสนิท ซับเสียงดี ให้ร่มเงาสมบูรณ์
เมทัลชีททึบแสง 100%ต่ำ แต่ต้องติดฉนวนเสริมดังมากสูงราคาประหยัด ติดตั้งไว แข็งแรงทนทาน
อะคริลิกโปร่งใสเสมือนกระจกปานกลาง – ดีปานกลางสูง (ระวังรอยเจาะ)หรูหรา โมเดิร์น ใสเคลียร์ระดับพรีเมียม
ผ้าใบกรองแสง / ทึบแสงปานกลางเงียบปานกลางพับเก็บได้ ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันพื้นที่ได้ง่าย

    โครงสร้างกันสาดแบบต่าง ๆ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับพื้นที่บ้าน

    ก่อนตัดสินใจติดตั้ง จำเป็นต้องสำรวจโครงสร้างของตัวบ้านก่อน เพราะบ้านแต่ละหลังรับน้ำหนักได้จำกัด โครงสร้างกันสาดที่นิยมใช้ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบหลัก ดังนี้

    1. โครงกันสาดแบบมีเสา (Post-Supported Awning)

      โครงสร้างมาตรฐานที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีความมั่นคง แข็งแรง และรับน้ำหนักแผ่นกันสาดได้ดีเยี่ยม เพราะมีเสาค้ำช่วยถ่ายเทน้ำหนักลงสู่พื้น

      • เหมาะสำหรับ: พื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น โรงจอดรถหน้าบ้าน ลานอเนกประสงค์ หรือการเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักมาก เช่น ไวนิล หรืออะคริลิก เหมาะอย่างยิ่งกับบ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่บริเวณกว้างขวาง

      2. โครงกันสาดแบบไร้เสา / ยื่นลอย (Cantilever Awning)

      โครงสร้างที่ยึดติดเข้ากับผนังอาคารโดยตรงโดยไม่มีเสา หรือแขนค้ำเกะกะด้านล่าง ทำให้พื้นที่ด้านล่างเปิดโล่ง 100%

      • ข้อกำหนด: ระยะยื่นออกจากตัวบ้านไม่ควรเกิน 1.2 – 1.5 เมตร และควรเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา เพื่อป้องกันไม่ให้โครงสร้างแบกรับน้ำหนักเกินจนผนังแตกร้าว
      • เหมาะสำหรับ: ช่องเปิดขนาดเล็ก เช่น เหนือบานประตู หน้าต่าง หรือเฉลียงทางเข้าขนาดกะทัดรัด

      3. โครงกันสาดแบบแขนค้ำ (Strut-Supported Awning)

      โครงสร้างที่ยึดติดกับผนัง และมีเหล็กค้ำยันทำมุมทแยง จากด้านล่างขึ้นมารองรับโครงหลังคา ช่วยเพิ่มความแข็งแรงมากกว่าแบบไร้เสา

      • ข้อกำหนด: สามารถทำระยะยื่นออกจากตัวบ้านได้ประมาณ 2.0 – 2.5 เมตร โดยที่พื้นที่ด้านล่างยังคงเดินสัญจรได้สะดวก ไม่มีเสาตั้งบนพื้น
      • เหมาะสำหรับ: ทางเดินข้างบ้าน ลานซักล้าง หรือเฉลียงนั่งเล่นที่ต้องการพื้นที่ทางเดินโล่งโปร่ง

      4. โครงกันสาดแบบแขนรั้ง (Suspension / Tie-Rod Awning)

      โครงสร้างที่ใช้เส้นสลิง หรือท่อเหล็กยึดโยงจากผนังส่วนบน ลงมาดึงรั้งโครงสร้างกันสาดด้านล่างเอาไว้ ให้ภาพลักษณ์สไตล์โมเดิร์น ลอฟต์ หรืออินดัสเทรียล

      • ข้อกำหนด: ความแข็งแรงจะขึ้นอยู่กับโครงสร้างคานของตัวบ้านที่ใช้เป็นจุดยึดพุกดึงรั้ง ไม่ควรทำระยะยื่นเกิน 2.5 เมตร และไม่เหมาะกับวัสดุที่มีน้ำหนักมากเกินไป
      • เหมาะสำหรับ: อาคารพาณิชย์ ทาวน์โฮม หรือมุมพักผ่อนที่ต้องการความดิบเท่และทันสมัย

      วิธีเลือกกันสาดให้ตอบโจทย์ ทั้งทิศแดด ฟังก์ชัน และงบประมาณ

      การเลือกกันสาดให้คุ้มค่าที่สุด ต้องพิจารณาควบคู่กันหลายมิติ ทั้งทิศทางธรรมชาติ การใช้งานจริง และระบบฟังก์ชัน ดังนี้

      1. เลือกให้สอดคล้องกับทิศทางแดดและลมในไทย

      แต่ละทิศของบ้านได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเลือกวัสดุจึงควรพิจารณาตามลักษณะทิศ ดังนี้

      • ทิศตะวันตก (แดดบ่ายรุนแรง): แดดจะส่องทำมุมเฉียงต่ำและมีความร้อนสะสมสูงสุดของวัน ควรเลือกวัสดุที่ลดความร้อนได้ดี เช่น กันสาดไฟเบอร์กลาสแบบทึบแสง, ไวนิล หรือเมทัลชีทบุฉนวน เพื่อสกัดไอร้อนไม่ให้สะท้อนเข้าสู่ตัวบ้าน
      • ทิศตะวันออก (แดดเช้ากำลังสบาย): ได้รับแสงแดดอ่อนในยามเช้า ควรเลือกวัสดุประเภทโปร่งแสง เช่น ไฟเบอร์กลาส หรือโพลีคาร์บอเนต เพื่อรับแสงสว่างธรรมชาติ ช่วยให้บ้านโปร่ง ไม่อับชื้น และประหยัดค่าไฟ
      • ทิศเหนือ (แดดร่มตลอดปี): เป็นทิศที่โดนแดดน้อยที่สุด สามารถเลือกใช้วัสดุได้ทุกประเภทตามความชอบ ดีไซน์ และงบประมาณ
      • ทิศใต้ (ลมดี แต่ฝนสาดบ่อย): ประเทศไทยมีลมมรสุมและฝนสาดทางทิศใต้เป็นส่วนใหญ่ ควรเลือกวัสดุกันสาดที่ทนความชื้น ลดเสียงกระทบของเม็ดฝน เช่น ไฟเบอร์กลาส หรือไวนิล และต้องให้ความสำคัญกับการติดตั้งรางน้ำฝนที่มีขนาดเหมาะสม

      2. เลือกตามวัตถุประสงค์และโซนการใช้งาน

      พื้นที่แต่ละส่วนของบ้านมีความต้องการฟังก์ชันที่แตกต่างกัน โดยสามารถเลือกวัสดุให้เหมาะสมตามการใช้งานได้ ดังนี้

      • โรงจอดรถ: ต้องการโครงสร้างที่แข็งแรง ทนแดดจัด ป้องกันความร้อนสะสม เพื่อรักษาสีรถยนต์
      • โซนซักล้าง / ลานตากผ้า: ต้องการแสงสว่างเพื่อฆ่าเชื้อและช่วยให้ผ้าแห้ง แต่ต้องกันฝนได้และทนความชื้นสูง
      • ครัวหลังบ้าน: มีไอน้ำ ควัน และน้ำมันจากการทำอาหาร ต้องการวัสดุที่ระบายอากาศได้ดี ไม่อมควัน และทำความสะอาดง่าย
      • มุมนั่งเล่นหน้าบ้าน / โฮมคาเฟ่: ต้องการความสวยงาม แสงธรรมชาติที่นุ่มนวล สร้างบรรยากาศอบอุ่นและถ่ายรูปสวย

      3. เลือกชนิดแสงและระบบฟังก์ชันการใช้งาน

      เพื่อตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน เจ้าของบ้านสามารถเลือกระบบแสงและการทำงานได้ ดังนี้

      • เลือกลักษณะแสง: หากต้องการร่มเงาบังแดด 100% ควรเลือกกันสาดแบบทึบแสง แต่หากต้องการให้บริเวณนั้นสว่าง มีแสงธรรมชาติส่องผ่านสบายตา ไม่มืดทึบ ควรเลือก กันสาดแบบโปร่งแสง
      • เลือกระบบเปิด-ปิด:
        • แบบติดตั้งถาวร (Fixed): มั่นคง ปลอดภัย ดูแลรักษาง่ายที่สุด เหมาะกับพื้นที่ใช้งานหลัก
        • ระบบพับเก็บได้ (Retractable): เหมาะกับร้านอาหาร คาเฟ่ หรือระเบียง มีให้เลือกทั้งแบบมือหมุนประหยัดงบ และระบบมอเตอร์ไฟฟ้าควบคุมด้วยรีโมต หรือเซนเซอร์ตรวจจับแรงลมและแสงแดดอัตโนมัติ

      4. การประเมินงบประมาณและการคิดราคา

      โดยทั่วไป การติดตั้งกันสาดจะประเมินราคาตามขนาดพื้นที่หน้างานจริง ประกอบกับ 3 ปัจจัยหลัก

      • เกรดวัสดุแผ่นหลังคา: (เมทัลชีท < โพลีคาร์บอเนต < ไฟเบอร์กลาส < ไวนิล / อะคริลิก)
        รูปแบบและขนาดโครงสร้าง: โครงสร้างแบบมีเสาและลงเสาเข็มจะมีต้นทุนสูงกว่าโครงสร้างยื่นลอย
        ระบบรางน้ำและอุปกรณ์เสริม: การเพิ่มรางน้ำสเตนเลส ไม้ระแนงตกแต่ง หรือระบบมอเตอร์อัตโนมัติ จะเพิ่มงบประมาณตามฟังก์ชันที่ต้องการ

      สำหรับ เจ้าของบ้านที่กำลังมองหากันสาดคุณภาพ เพื่อการต่อเติมบ้าน D-Lite คือทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านความสวยงาม และความทนทาน โดยผลิตจากวัสดุคุณภาพสูงอย่าง ไฟเบอร์กลาส (Fiberglass) และโพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate) ซึ่งได้รับการออกแบบให้มีดีไซน์ทันสมัย สามารถติดตั้งเข้ากับสไตล์บ้านได้อย่างลงตัวทุกแบบ อีกทั้งยังมาพร้อมการรับประกันสินค้ายาวนาน 10-15 ปี ตามรุ่นการผลิต

      กันสาด

      ไอเดียเลือกสี ดีไซน์ และเทคนิคตกแต่งกันสาดให้เข้ากับบ้านแต่ละสไตล์

      การเลือกกันสาดไม่ใช่แค่เรื่องการกันแดดกันฝน แต่เป็นหน้าตาที่ส่งผลต่อทัศนียภาพของบ้านโดยตรง

      1. การจับคู่โทนสีและดีไซน์ตามสไตล์บ้าน

        เพื่อคุมภาพรวมของบ้านให้กลมกลืนและสวยงาม สามารถเลือกจับคู่โทนสีและวัสดุตามแนวทางการออกแบบได้ดังนี้

        บ้านสไตล์โมเดิร์น (Modern)

        • โทนสี: ขาว เทา ดำ
        • ดีไซน์: เส้นสายตรง คมชัด เรียบเท่
        • วัสดุที่แนะนำ: กันสาดดีไลท์ลอนเรียบ, ไวนิล หรืออะคริลิก เข้ากับโครงเหล็กกล่องสีดำสนิท

        บ้านสไตล์มินิมอล / มูจิ (Minimal / Muji)

        • โทนสี: ครีม น้ำตาล ขาว เบจ โทนอุ่น
        • ดีไซน์: เรียบง่าย โปร่งโล่ง สบายตา
        • วัสดุที่แนะนำ: กันสาดดีไลท์ลอนฟูจิ หรือลอนเรียบ 2 in 1 ที่ด้านล่างเป็นสีขาวฝ้า ให้แสงนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ

        บ้านสไตล์ลอฟต์ (Loft / Industrial)

        • โทนสี: ดำ สีสนิม เทาเข้ม คอนกรีตเปลือย
        • ดีไซน์: โชว์โครงสร้างเหล็ก งานท่อ สไตล์ดิบเท่
        • วัสดุที่แนะนำ: เมทัลชีท หรือกันสาดไฟเบอร์กลาสโทนสีชา/เทาควันบุหรี่ เข้ากับโครงสร้างเหล็กดำและผนังอิฐ

        บ้านสไตล์คลาสสิก / ลักชัวรี (Classic Luxury)

        • โทนสี: ขาว ครีม น้ำตาลทอง
        • ดีไซน์: มีมิติ เส้นสายโค้งมน หรือบัวหัวเสาที่ประณีต
        • วัสดุที่แนะนำ: กันสาดอะคริลิกใส หรือกันสาดไฟเบอร์กลาสลอนคลื่นที่ช่วยกระจายแสงอย่างหรูหรา

        สำหรับบ้านพักอาศัย แนะนำให้ใช้สีคุมโทนเรียบ (Monotone / Earth Tone) เพื่อความสบายตาในระยะยาว ส่วนอาคารพาณิชย์ ร้านอาหาร หรือคาเฟ่ สามารถเลือกใช้แผ่นกันสาดสีสลับลายทาง (Stripes) เพื่อสร้างจุดเด่น ดึงดูดสายตา และเพิ่มบรรยากาศที่สดใส

        5 ไอเดียเลือกสีและดีไซน์กันสาด ให้กับบ้านแต่ละสไตล์

        หากติดตั้งกันสาดไปแล้วรู้สึกว่าบ้านดูแข็งทื่อ หรือต้องการเพิ่มเสน่ห์ให้กับพื้นที่ สามารถนำ 5 ไอเดียนี้ไปปรับใช้ได้ทันที

        1. ตกแต่งแปด้วยระแนงไม้: ติดตั้งไม้ระแนงใต้แนวแปของกันสาด ช่วยซ่อนแนวโครงเหล็ก เพิ่มความละมุนสไตล์มินิมอล/มูจิ และช่วยกรองแสงแดดใต้กันสาด เหมาะกับการจัดมุมจิบกาแฟยามเช้า
        2. ตกแต่งด้วยซุ้มระแนง: สำหรับบ้านที่มีระยะยื่นกันสาดสั้น การทำซุ้มระแนงยื่นออกมาเสริมด้านหน้าหรือด้านข้าง จะช่วยให้ตัวบ้านดูมีมิติ โดดเด่นขึ้น และช่วยลดความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
        3. ติดตั้งระแนงพรางตาแนวดิ่ง: เพิ่มแผงระแนงแนวดิ่งด้านข้างของกันสาด นอกจากช่วยบังแสงแดดเฉียงช่วงเช้า/เย็นแล้ว ยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว (Privacy) บดบังสายตาจากเพื่อนบ้านได้อย่างแนบเนียน
        4. ซ่อนรางน้ำฝนเข้ากับโครงเสา: ทาสีท่อระบายน้ำฝนให้เป็นสีเดียวกับเสากันสาด และติดตั้งในระนาบเดียวกันให้ดูกลืนเป็นเนื้อเดียว เพื่อไม่ให้ท่อน้ำฝนดูแปลกแยกขัดสายตา
        5. ประดับตกแต่งเสาค้ำกันสาด: หากเสาเหล็กดูทื่อเกินไป สามารถตกแต่งด้วยการกรุไม้เทียมรอบเสา ดัดแปลงเป็นเหล็กเส้นลวดลายเรขาคณิต หรือก่ออิฐโชว์แนวรอบฐานเสา เพื่อคุม Mood & Tone ของบ้านให้สมบูรณ์แบบ

        การเติมลูกเล่นด้วยงานระแนงและอุปกรณ์เสริม ช่วยเปลี่ยนพื้นที่ใต้ชายคาธรรมดาให้กลายเป็นมุมพักผ่อนที่มีเอกลักษณ์

        เช็กลิสต์ก่อนติดตั้งกันสาด ป้องกันปัญหาโครงสร้าง และกฎหมายอาคาร

        หลายบ้านมักเกิดปัญหาหลังคารั่ว ทรุดตัว หรือมีข้อพิพาทกับเพื่อนบ้านเนื่องจากไม่ได้วางแผนก่อนติดตั้ง นี่คือเช็กลิสต์สำคัญที่ต้องตรวจสอบ

        1. สเปกโครงสร้างและความปลอดภัย

        เพื่อความแข็งแรงและอายุการใช้งานที่ยาวนาน โครงสร้างกันสาดควรเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ดังนี้

        • ความหนาของเหล็ก: เหล็กกล่องสำหรับทำโครงสร้างกันสาดควรมีความหนาไม่น้อยกว่า 1.2 – 2.0 มม. และสำหรับพื้นที่ชั้น 2 ขึ้นไปหรือบริเวณที่มีลมพัดแรง ควรใช้เหล็กที่มีความหนามากกว่า 2.3 มม.
        • ระยะยื่นและมุมลาดเอียง (Slope): ระยะยื่นที่เหมาะสมสำหรับการป้องกันแดดและฝนสาดอยู่ที่ 1.2 – 1.5 เมตร และต้องทำองศาความลาดเอียงไม่น้อยกว่า 5 องศา (หรือระยะตก 9 ซม. ต่อความยาว 1 เมตร) เพื่อให้น้ำฝนไหลระบายได้เร็ว ป้องกันปัญหาน้ำขัง ล้น หรือรั่วซึมย้อนเข้าสู่โครงสร้าง

        2. ข้อกฎหมายควบคุมอาคารที่ควรรู้ (พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร)

        การต่อเติมกันสาดถือเป็นงานดัดแปลงอาคาร ซึ่งมีเกณฑ์ตามกฎหมายที่ต้องพิจารณา ดังนี้

        กรณีที่ไม่ต้องขออนุญาตดัดแปลงอาคาร:

        • การเพิ่มหรือลดเนื้อที่ของพื้นรวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร โดยไม่มีการเพิ่มหรือลดจำนวนเสาหรือคาน
        • การเพิ่มหรือลดเนื้อที่ของหลังคารวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร โดยไม่มีการเพิ่มหรือลดจำนวนเสาหรือคาน

        กรณีที่ต้องยื่นขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น (เทศบาล/อบต./สำนักงานเขต):

        • มีการลงเสาต้นใหม่เพิ่ม หรือเพิ่มน้ำหนักให้แก่โครงสร้างเดิมเกิน 10% ขึ้นไป
        • พื้นที่ต่อเติมหลังคาเกิน 5 ตารางเมตร หรือมีผลต่อโครงสร้างหลักและความปลอดภัยของอาคาร

        ข้อกำหนดเรื่องระยะร่นและแนวเขตที่ดิน:

        • ชายคาหรือโครงสร้างกันสาดต้องห่างจากแนวเขตที่ดินข้างเคียงไม่น้อยกว่า 0.50 เมตร หากต่อเติมชิดแนวเขตที่ดินต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของที่ดินข้างเคียง
        • หากเป็นส่วนต่อเติมที่มีช่องเปิด ประตู หน้าต่าง หรือระเบียง ต้องเว้นระยะห่างจากแนวเขตที่ดินข้างเคียงไม่น้อยกว่า 2.0 เมตร (สำหรับอาคารสูงไม่เกิน 9 เมตร)

        3. มารยาทและข้อระวังเพื่อไม่ให้มีปัญหากับเพื่อนบ้าน

        การอยู่อาศัยร่วมกันในชุมชนต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียง โดยมีข้อควรระวังสำคัญ ดังนี้

        • ห้ามให้น้ำฝนไหลลงที่ดินข้างเคียง: ต้องติดตั้ง รางน้ำฝน (Gutter) และเดินท่อระบายน้ำลงสู่ท่อระบายน้ำของบ้านตนเองอย่างถูกต้อง ห้ามให้น้ำจากหลังคากระเซ็นข้ามแนวเขตที่ดินโดยเด็ดขาด
        • ไม่บดบังทัศนวิสัยหรือทิศทางลม: หากมีการติดตั้งระแนงพรางตาหรือผนังกันสาดด้านข้าง ต้องไม่สูงเกินจนบดบังแสง ทัศนวิสัย หรือทางลมของบ้านข้างเคียง

        4. การรับประกันงานติดตั้งและวัสดุ

        เพื่อความอุ่นใจหลังการส่งมอบงาน ควรตรวจสอบความคุ้มครองตามข้อกำหนด ดังต่อไปนี้

        • ควรเลือกช่างหรือบริษัทติดตั้งที่มีเอกสาร สัญญารับประกันงานติดตั้งอย่างน้อย 1 ปี (ครอบคลุมปัญหาน้ำรั่วซึมและโครงสร้างทรุด)
        • ตัวแผ่นหลังคากันสาดต้องมีการรับประกันคุณภาพสินค้าจากผู้ผลิตอย่างชัดเจน (เช่น รับประกันการไม่รั่วซึม ไม่กรอบแตก และสีไม่ซีดจาง)

        กันสาดดีไลท์ ลอนสำเร็จรูป มาตรฐานออสเตรเลีย พร้อมติดตั้ง

        สำหรับเจ้าของบ้านที่กำลังมองหากันสาดคุณภาพสูง ดีไซน์สวยโมเดิร์น และทนทานยาวนาน ขอแนะนำ กันสาดดีไลท์ (D-Lite) แผ่นกันสาดไฟเบอร์กลาสคุณภาพระดับพรีเมียม ลิขสิทธิ์เฉพาะจาก บริษัท แอมเพิลไลท์ เวิลด์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านหลังคาโปร่งแสงและไฟเบอร์กลาสที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 40 ปี

        แผ่นกันสาดดีไลท์ทุกรุ่นผลิตด้วยมาตรฐานระดับสากล ผ่านการรับรองมาตรฐาน AS 4256.3:2003 จาก SAI GLOBAL ประเทศออสเตรเลีย, มาตรฐานระบบคุณภาพ ISO 9001 : 2015 และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 612-2549 พร้อมการรับประกันสินค้ายาวนานสูงสุดถึง 15 ปี มั่นใจได้ในความแข็งแรง สวยงาม ไม่บิดงอ และไม่กรอบแตกง่าย

        4 รุ่นลอนสำเร็จรูปยอดนิยมจาก D-Lite

        เพื่อตอบโจทย์งานสถาปัตยกรรมและรสนิยมที่หลากหลาย กันสาดดีไลท์ได้พัฒนาลอนหลังคามาถึง 4 รูปแบบหลัก

        • กันสาดดีไลท์ ลอนเรียบ: แผ่นกันสาดผิวเรียบเนียน ดีไซน์ทันสมัย เรียบหรูสไตล์โมเดิร์น มีให้เลือกทั้งรุ่นโปร่งแสงที่ช่วยกระจายแสงธรรมชาติอย่างนุ่มนวล และรุ่นทึบแสงที่ป้องกันความร้อนได้สูงสุด 100% ระบายน้ำได้ดีเยี่ยม ไร้รอยต่อสกปรก
        • กันสาดดีไลท์ ลอนเรียบ 2 in 1: นวัตกรรมขั้นกว่าที่มี 2 สีในแผ่นเดียว ด้านบนเป็นเฉดสีตามสไตล์ที่คุณชื่นชอบ ส่วนด้านล่างเป็นสีขาวเคลือบฟิล์มพิเศษ ทำหน้าที่เป็นฝ้าเพดานในตัว ช่วยให้ใต้ชายคาดูสว่าง โปร่งโล่ง สะอาดตา และประหยัดค่าทำฝ้าเพิ่ม
        • กันสาดดีไลท์ ลอนฟูจิ (Fuji): ดีไซน์ลอนเรียบสวย มินิมอล มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสไตล์ญี่ปุ่น ตอบโจทย์บ้านสไตล์ Minimal, Modern และ Muji ให้ความรู้สึกกลมกลืนกับธรรมชาติและบรรยากาศที่อบอุ่น
        • กันสาดดีไลท์ ลอนคลื่น (Wave): ลอนคลื่นมาตรฐานระดับตำนาน ระบายน้ำได้รวดเร็ว เหมาะกับบ้านทุกดีไซน์ มีให้เลือกทั้งแบบโปร่งแสงรับไออุ่นธรรมชาติ และแบบทึบแสงเพื่อร่มเงาที่ร่มรื่น

        01.

        กันสาดดีไลท์
        ลอนเรียบ
        กันสาดทึบแสงและแผ่นหลังคาโปร่งแสงจากออสเตรเลีย

        มีให้เลือกทั้งรุ่นโปร่งแสงและทึบแสง ป้องกันการรั่วซึม ให้ความสว่างและกระจายแสงได้อย่างทั่วถึง ไม่มีคราบสกปรกสะสมและสามารถระบายน้ำดีเยี่ยม

        02.

        กันสาดดีไลท์
        ลอนเรียบ 2in1
        แผ่นหลังคากันสาดโปร่งแสงและกันสาดทึบแสงจากออสเตรเลีย

        พัฒนาไปอีกขั้น ที่มี 2 สีในแผ่น 1 เดียว ด้านบนได้สีที่ใช่ตามสไตล์ที่คุณชอบ ส่วนด้านล่างเป็นสีขาวได้ฝ้าในตัว ช่วยให้บ้านดูโปร่งโล่งยิ่งขึ้น

        03.

        กันสาดดีไลท์
        ลอนฟูจิ
        กันสาดดีไลท์ ลอนฟูจิ ดีไซน์เรียบ สวย มินิมอล สไตล์ญี่ปุ่น

        ให้คุณสัมผัสแสงธรรมชาติรอบตัวสร้างบรรยากาศอบอุ่นกลมกลืนกับธรรมชาติ ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่นการใช้งานเหมาะกับบ้านสไตล์มินิมอล

        04.

        กันสาดดีไลท์
        ลอนคลื่น
        กันสาดบังแดดจากออสเตรเลีย มีให้เลือกทั้งกันสาดโปร่งแสงและ

        กันสาดทึบแสง ป้องกันการรั่วซึม เน้นให้ร่มเงาแก่บริเวณต่างๆ ของบ้าน ออกแบบมาให้สามารถลดความลาดเอียงน้อยสุด

        05.

        กันสาดโปร่งแสง
        โพลีสกาย
        กันสาดโพลีคาร์บอเนตคุณภาพสูง แข็งแรงทนทานต่อแรงกระแทก

        ให้ความใสเหมือนกระจกเรียบหรูสไตล์โมเดิร์น มาพร้อมระบบการติดตั้ง Standing Seam

        สุดท้ายนี้ สำหรับใครที่กำลังวางแผนต่อเติมกันสาด แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะเลือกใช้แผ่นหลังคาแบรนด์ไหนดี ขอแนะนำ D-Lite ผลิตภัณฑ์แผ่นหลังคาคุณภาพ ที่ออกแบบมาให้เข้ากับทุกสไตล์ของบ้านและอาคารได้อย่างลงตัว ด้วยดีไซน์ให้เลือกถึง 5 สไตล์ และในแต่ละสไตล์ยังมีเฉดสีให้เลือกแยกย่อยตามความต้องการ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ และโทนสีของบ้านได้อย่างลงตัว
        นอกจากนี้ ทุกแผ่นหลังคาผลิตด้วยมาตรฐานสูง และผ่านการรับรองจาก ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มั่นใจได้ทั้งในด้านคุณภาพ ความแข็งแรง และความสวยงามที่ยาวนาน หากสนใจสามารถติดต่อเราได้ที่ Line: @kansaddlite หรือโทร 085-155-6532, 02-312-4300

        Privacy Overview

        This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.