ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ร้านกาแฟได้กลายเป็นธุรกิจที่เฟื่องฟูอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหน ก็ต้องเจอร้านกาแฟอย่างน้อยหนึ่งร้าน ซึ่งสาเหตุที่คาเฟ่เป็นธุรกิจที่น่าจับตามอง มาจากหลายปัจจัยมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การตกแต่งสถานที่ที่สวยงาม เหมาะกับการถ่ายรูปลงโซเชียล รวมถึงการเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดของคนยุคใหม่ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้ประกอบการยุคใหม่ เริ่มหันมาเปิดคาเฟ่กันมากขึ้น แต่ก็ใช่ว่าทุกร้านจะไปได้สวย เพราะคาเฟ่ที่โดดเด่น และครองใจผู้บริโภคได้นาน บรรยากาศทั้งภายใน และภายนอกต้องร่มรื่น เข้ากับสภาพอากาศประเทศไทย โดยหนึ่งในสไตล์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน คงจะหนีไม่พ้นแนว Modern Japandi ซึ่งเป็นการตกแต่งที่ผสมผสานกันระหว่างความมินิมอล และสไตล์ญี่ปุ่นไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
โดยในบทความนี้ D-Lite จะมาแชร์การตกแต่งคาเฟ่สไตล์ Japandi ให้โดดเด่น และครองใจผู้บริโภคได้ตั้งแต่เปิดร้าน พร้อมกับบอกต่อข้อดีของกันสาดโปร่งแสง ไอเทมเด็ดที่ช่วยเพิ่ม Mood & Tone ของคาเฟ่ให้ดูลงตัวยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา มาดูเคล็ดลับดี ๆ ในบทความนี้กันเลย
How to สร้างคาเฟ่สไตล์ Japandi การตกแต่งระหว่างญี่ปุ่น และมินิมอล
การตกแต่งคาเฟ่สไตล์ Japandi เกิดจากการผสมผสานกันระหว่างสไตล์ตกแต่งแบบมูจิ ของประเทศญี่ปุ่น และสไตล์สแกนดิเนเวีย ที่เน้นความมินิมอลเป็นหลัก ทำให้ Mood & Tone ของการตกแต่งสไตล์ Japandi จะเน้นไปที่ความเรียบง่าย ของตกแต่งต้องใช้ได้จริง และอยู่ได้นานไม่ตกยุคสมัย (Timeless)
นอกจากนี้ เอกลักษณ์ของการตกแต่งสไตล์ Japandi คือ การใช้สีโทนเรียบ ๆ เช่น โทนสีธรรมชาติ สีขาว สีเทา และสีดำ พร้อมกับตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ และต้นไม้ ทำให้ลูกค้าที่เข้ามาอุดหนุนกาแฟในคาเฟ่ รู้สึกอบอุ่น และเพลิดเพลินไปกับการจิบกาแฟอยู่ตลอดเวลา โดยหัวใจการตกแต่งคาเฟ่แนว Japandi มีดังนี้
- ใช้วัสดุที่ทำมาจากธรรมชาติ
จุดเด่นที่น่าสนใจของการตกแต่งคาเฟ่แนว Japandi คือ การใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ โดยเฉพาะไม้ และหิน มาตกแต่งเป็นโต๊ะ เก้าอี้ ชั้นวางของ โคมไฟ และกระถางต้นไม้ โดยแนะนำให้เลือกวัสดุ ที่ไม่มีความหนามากจนเกินไป และดีไซน์มีความมินิมอล รวมถึงเลือกโทนสีเอิร์ธโทน ตัดกับโทนสีเข้ม เพื่อคุมโทนคาเฟ่ให้เข้ากันทุกมุม
ทั้งนี้ ไอเทมสำคัญที่ขาดไปไม่ได้เลย หากต้องการตกแต่งคาเฟ่ให้มีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น คงจะหนีไม่พ้น ต้นไม้สไตล์มินิมอล ไม่ว่าจะเป็น ต้นบอนไซ เฟิร์น มอส และต้นไผ่ โดยแนะนำให้นำต้นไม้มาตกแต่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
- พื้นที่โปร่งโล่ง แต่ครบครันด้วยประโยชน์ใช้สอย
บรรยากาศของคาเฟ่ สไตล์ Japandi จะต้องเป็นคาเฟ่ที่ดูโปร่งโล่ง เน้นจัดสรรพื้นที่ สำหรับนั่งรับประทานกาแฟให้เป็นสัดส่วน และไม่จำเป็นต้องใช้พร็อปมาตกแต่งมากมาย หรือเลือกใช้ของตกแต่ง ที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง ทั้งนี้ หากนำของตกแต่งมาวางในคาเฟ่เยอะเกินไป อาจทำให้ภาพรวมของคาเฟ่ดูรก และหลุดคอนเซปต์ไปเป็นการตกแต่งสไตล์อื่นแทน
- เส้นสายที่เรียบง่าย
เมื่อพูดถึงเส้นสาย และรูปทรงที่ให้กลิ่นอายความเป็น Japandi นั้น เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงเฟอร์นิเจอร์ พร็อปตกแต่ง รวมไปถึงหลังคา ผนัง และพื้นที่รอบคาเฟ่ที่มีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยม เส้นตรง หรือดีไซน์ที่เน้นความโค้งของวัสดุ ทำให้กลิ่นอายของคาเฟ่ดูอบอุ่น และสวยสบายตา ทั้งยังสื่อถึงความพิถีพิถันของเจ้าของร้านได้เป็นอย่างดี
- ใช้หลังคาโปร่งแสง
เพราะประเทศไทยมีสภาพอากาศร้อนชื้น และอุณหภูมิสูงตลอดทั้งปี หากไม่ติดตั้งกันสาด อาจส่งผลให้ลูกค้ารู้สึกร้อน จนไม่อยากแวะเวียนกลับมาอุดหนุนสินค้าอีกเป็นครั้งที่สอง อีกทั้งเฟอร์นิเจอร์ภายในร้าน ยังเกิดสีซีดจางได้ง่าย เพราะถูกแสงแดดส่องเข้ามาตลอดทั้งวัน แต่ผู้ประกอบการหลายคนอาจมีความกังวลว่า การติดตั้งกันสาดให้กับคาเฟ่ ทำให้ภาพรวมของคาเฟ่ดูไม่เข้ากับสไตล์ Japandi
ซึ่งความกังวลใจของเจ้าของร้าน จะหายไปเป็นปลิดทิ้งในทันที เพราะในปัจจุบันหลังคาสโปร่งแสง ได้ถูกพัฒนาเทคโนโลยีให้สามารถป้องกันรังสี UV และมลภาวะต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังมีดีไซน์ที่สวย เข้ากับการติดตั้งเป็นกันสาด หรือนำมาเจาะเป็นช่องแสง Skylight เพื่อให้บรรยากาศภายในคาเฟ่ดูอบอุ่นยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการคนไหนที่กำลังสนใจกันสาดโปร่งแสง เข้ามาเติมเต็มบรรยากาศของคาเฟ่ให้ดูโมเดิร์น และอบอุ่นในเวลาเดียวกัน ทั้งยังช่วยให้อุณหภูมิภายในร้านเย็นสบายตลอดเวลา อย่าลืมนึกถึง D-Lite ผู้จัดจำหน่ายแผ่นหลังคา และผนังวัสดุไฟเบอร์กลาส มีให้เลือกหลายรูปแบบ เข้ากับการตกแต่งอาคารทุกสไตล์
แนะนำการเลือกกันสาดโปร่งแสง ให้ตอบโจทย์คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น
คาเฟ่ที่ครองใจผู้บริโภคได้ในระยะยาว ไม่ได้อาศัยแค่ความสวยงาม และรสชาติของกาแฟเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยด้านสถานที่มาเกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าจะเป็น อุณหภูมิภายในร้าน ความใหม่ของเฟอร์นิเจอร์ และการเลือกใช้วัสดุต่าง ๆ ให้มีความเข้ากันอย่างลงตัว
ดังนั้น การเลือกกันสาดโปร่งแสง จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้ประกอบการ ควรให้ความสนใจ เพื่อให้ภาพรวมของร้านเข้ากับการตกแต่งแบบ Japandi และลูกค้าสามารถนั่งจิบกาแฟได้จริง โดยวิธีการเลือกกันสาด สำหรับคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น มีดังนี้
- มีปริมาณแสงผ่านที่เหมาะสม
สิ่งแรกที่ควรพิจารณา ก่อนตัดสินใจเลือกหลังคาโปร่งแสง คือ ปริมาณค่าแสงส่องผ่านของแผ่นกันสาด เพราะกันสาดแต่ละชนิดมีปริมาณแสงส่องผ่านไม่เท่ากัน โดยส่วนใหญ่แล้ว ปริมาณแสงของแผ่นกันสาด จะขึ้นอยู่กับสีของกันสาดที่เลือก
ยกตัวอย่างเช่น สี Peal Green ปริมาณแสงส่องผ่าน 54% สี Crystal Green ปริมาณแสงส่องผ่าน 45% สี Bronze ปริมาณแสงส่องผ่าน 20% สี Ocean Blue ปริมาณแสงส่องผ่าน 15% และสี Dark Grey ปริมาณแสงส่องผ่าน 0% เป็นต้น
- แข็งแรงทนทาน
เพราะในปัจจุบันประเทศไทย มีสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้ในแต่ละวัน อาจต้องเจอทั้งฝนตกหนัก แสงแดดจัด หรือลมพายุ ดังนั้น ควรเลือกแผ่นกันสาดที่มีความแข็งแรง และทนทาน พร้อมรับสภาพอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
อีกทั้งวัสดุของกันสาดที่มีคุณภาพ จะช่วยยืดอายุการใช้งาน ทำให้ประหยัดต้นทุนในการซ่อมบำรุงในระยะยาว ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ ที่อยากลงทุนครั้งเดียวจบ ไม่ต้องมานั่งซ่อมแซมอาคารให้เสียเวลา
- ป้องกันความร้อน
สภาพอากาศที่ร้อนจัด และแสงแดดที่ส่องเข้ามาในคาเฟ่ตลอดเวลา เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อุณหภูมิภายในร้านร้อนอบอ้าว และระบบปรับอากาศในร้านทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าสูง รวมถึงลูกค้า และพนักงานรู้สึกอึดอัด
ด้วยเหตุนี้ การเลือกแผ่นกันสาดโปร่งแสง ที่มีคุณสมบัติลดความร้อนเข้าสู่อาคาร และปกป้องรังสี UV ได้มากถึง 99% ล้วนมีส่วนช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้า และกรองแสงแดดได้ดี ทำให้พื้นที่บริเวณริมหน้าต่าง ไม่ร้อนจัดจนเกินไป ทั้งยังเพิ่มความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจอีกด้วย
- ติดตั้งง่าย
เคล็ดลับสุดท้ายที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม คือ เลือกวัสดุกันสาดที่มีน้ำหนักเบา เพื่อเพิ่มความสะดวกในการติดตั้ง และซ่อมบำรุง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่าย และค่าแรงงานในกระบวนการติดตั้ง ทั้งยังประหยัดระยะเวลาในการต่อเติม ทำให้เจ้าของคาเฟ่สามารถดำเนินกิจการต่อได้ โดยที่ไม่เสี่ยงต่อการขาดทุนในอนาคต
อ่านเพิ่มเติม 3 ไอเดียเลือกติดตั้งกันสาดคาเฟ่ ให้เหมาะกับสไตล์ของร้าน
สุดท้ายนี้ ใครที่กำลังมองหากันสาดโปร่งแสง ที่เหมาะกับการติดตั้งในคาเฟ่แนว Japandi และคุ้มค่าต่อการลงทุนในระยะยาว เราขอแนะนำแบรนด์ D-Lite ตัวช่วยเติมเต็มคาเฟ่ให้สมบูรณ์ โดยมีสินค้าให้เลือกหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น กันสาดดีไลท์ ลอนฟูจิ, กันสาดดีไลท์ ลอนคลื่น, กันสาดดีไลท์ ลอนเรียบ 2 in 1 และกันสาดดีไลท์ ลอนเรียบ หากสนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อสินค้าได้ที่ Line: @kansaddlite หรือโทร 085-155-6532, 02-312-4949