ระเบียงบ้านเป็นพื้นที่ให้ผู้อยู่อาศัยออกมานั่งเล่น สูดอากาศภายนอก แต่หลายบ้านออกแบบระเบียงสไตล์ Outdoor ซึ่งไม่เหมาะกับอากาศเมืองไทยที่ทั้งแดดจัด และฝนตกชุก สุดท้ายระเบียงจึงถูกปล่อยทิ้งร้าง กลายเป็นที่อยู่ของนกแทน หลายคนที่ไม่อยากเสียพื้นที่ใช้สอยไปฟรี ๆ จึงเลือกติดตั้งกันสาดโพลีคาร์บอเนตเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม การติดตั้งกันสาด มักทำให้เจ้าของบ้านกังวล ทั้งเรื่องความแข็งแรง และความสวยงาม ว่าคุ้มกับเงินที่จ่ายไปหรือไม่ ในบทความนี้ D-Lite ชวนทำความเข้าใจการติดตั้งแผ่นโพลีคาร์บอเนต สำหรับระเบียงบ้าน เลือกอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

ทำไมกันสาดโพลีคาร์บอเนต ถึงนิยมใช้ทำหลังคาระเบียง
การต่อเติมกันสาดโพลีคาร์บอเนต ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับการต่อเติมระเบียง เพราะคุณสมบัติโดยรวมของแผ่นหลังคาชนิดนี้ สามารถตอบโจทย์การใช้งานในพื้นที่ระเบียงได้ลงตัว เมื่อเทียบกับวัสดุหลังคาชนิดอื่น ๆ พบว่ามีจุดแข็งที่โดดเด่น ดังนี้
- โปร่งใส ให้แสงส่องผ่านได้ดีไม่แพ้แผ่นอะคริลิก: เป็นกันสาดใสที่มีความใสใกล้เคียงกับแผ่นอะคริลิก ทำให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้าสู่พื้นที่ระเบียงได้อย่างเพียงพอ ช่วยให้บรรยากาศดูโปร่งโล่งไม่อึดอัด
- ปลอดภัย ไม่แตกเป็นเศษคมเหมือนกระจกเทมเปอร์: ด้วยความเหนียวและยืดหยุ่นสูง โพลีคาร์บอเนตมีความแข็งแรงกว่ากระจก เมื่อได้รับแรงกระแทกจึงมีโอกาสแตกร้าวน้อยกว่ามาก และแม้จะแตก ก็ไม่แตกกระจายเป็นเศษคมเหมือนกระจกเทมเปอร์ จึงปลอดภัยกว่าสำหรับพื้นที่ระเบียงที่มีคนใช้งานเป็นประจำ
- ทนทานต่อสภาพอากาศเช่นเดียวกับไฟเบอร์กลาส: สามารถทนทานต่ออุณหภูมิที่หลากหลาย ตั้งแต่อากาศเย็นจัดไปจนถึงร้อนจัดได้ดี โดยไม่เสื่อมสภาพ หรือแตกกรอบง่ายเหมือนวัสดุบางชนิด เมื่อเจอกับความร้อนสูงต่อเนื่อง ทำให้เหมาะกับสภาพอากาศแปรปรวนของประเทศไทยไม่แพ้ไฟเบอร์กลาส
- ติดตั้งง่าย ดัดโค้งได้อย่างเมทัลชีท: คุณสมบัติที่มีความยืดหยุ่นสูง แผ่นโพลีคาร์บอเนตสามารถดัดโค้ง เพื่อออกแบบทรงหลังคาได้อย่างอิสระ ไม่จำกัดเพียงแค่แนวราบ ทำให้สามารถสร้างสรรค์ดีไซน์กันสาด ที่มีความโค้งมนสวยงามได้ไม่แพ้การใช้แผ่นเมทัลชีท พร้อมทั้งติดตั้งได้ง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะกับงานต่อเติมระเบียงบ้านทั่วไป
สำหรับใครที่กำลังต่อเติมระเบียง เปลี่ยนหลังคา หรือขยายพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ของบ้าน อย่าลืมนึกถึงผลิตภัณฑ์ “โพลีสกาย (PolySky)” จาก D-Lite กันสาดโพลีคาร์บอเนตคุณภาพสูงที่แข็งแรง ทนทานต่อทุกสภาพอากาศ รับแรงกระแทกได้ดี และติดตั้งง่ายด้วยระบบ Standing Seam ซึ่งไม่ใช้สกรูเจาะบนแผ่น ช่วยลดปัญหาน้ำรั่วซึม พร้อมรับประกันการใช้งานยาวนานถึง 10 ปี

4 ปัจจัยเลือกแผ่นโพลีคาร์บอเนต สำหรับต่อเติมระเบียงบ้าน
ก่อนตัดสินใจต่อเติมระเบียง นอกจากการศึกษารายละเอียด กฎหมายติดตั้งกันสาด เพื่อป้องกันปัญหากับบ้านข้างเคียงแล้ว การเลือกวัสดุก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะโพลีคาร์บอเนตมีหลายสี หลายความหนา และคุณสมบัติที่แตกต่างกัน หากเลือกได้เหมาะสม จะช่วยให้ระเบียงสวย ใช้งานได้คุ้มค่าในระยะยาว โดยมีปัจจัยที่ควรพิจารณา ดังนี้
- สีของแผ่นหลังคา
เริ่มต้นจากการเลือกสีของแผ่นโพลีคาร์บอเนตให้เข้ากับสไตล์บ้าน เพื่อให้ภาพรวมของบ้านดูกลมกลืน โดยอาจเลือกให้ใกล้เคียงกับสีหลังคา ผนัง หรือโครงสร้างเดิม เช่น
- บ้านโทนสีขาว: เหมาะกับแผ่นสีใส สีขาวขุ่น หรือสีเทาอ่อน
- บ้านโทนสีเทา: เลือกสีเทาเข้ม สีชา หรือสีควันบุหรี่
- บ้านโทนสีน้ำตาลอ่อน: เหมาะกับแผ่นสีชา หรือสีน้ำตาลอ่อน
- บ้านโทนสีแดง: เลือกสีชา หรือสีเทาอ่อน
- บ้านโทนสีฟ้า: เหมาะกับแผ่นสีฟ้าอ่อน สีใส หรือสีเทาอ่อน
- ระดับความใสแผ่นหลังคา
นอกจากสีแล้ว ระดับความโปร่งแสงก็เป็นอีกปัจจัยที่ควรคำนึงถึง เพราะส่งผลต่อปริมาณแสงธรรมชาติที่เข้าสู่พื้นที่ระเบียงโดยตรง
- แผ่นใส (Ever Green): รับแสงธรรมชาติได้มาก เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความสว่าง
- แผ่นสีชา (Bronze) หรือสีเทา (Mystic Grey): ช่วยลดความร้อนและลดแสงจ้า เหมาะกับระเบียงที่โดนแดดจัด
- แผ่นขาวขุ่น (Opal): กระจายแสงได้ดี ให้แสงนุ่มสบายตา ลดเงาสะท้อน
- ความหนาของกันสาด
ความหนาของแผ่นหลังคามีผลต่อความแข็งแรง อายุการใช้งาน และความสามารถในการรับแรงกระแทก สำหรับการต่อเติมระเบียงบ้านทั่วไป แนะนำเลือกกันสาดโพลีคาร์บอเนตที่มีความหนา 3 มิลลิเมตร เพื่อให้มีความแข็งแรงทนต่อแรงลมและฝน
- คุณสมบัติป้องกันรังสี UV
การเคลือบสารป้องกันรังสี UV ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของแผ่นโพลีคาร์บอเนต ลดการเหลือง กรอบ หรือแตกร้าวจากการโดนแดดเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ยังช่วยปกป้องเฟอร์นิเจอร์ ชุดโต๊ะ เก้าอี้ หรือของตกแต่งบริเวณระเบียง ไม่ให้สีซีดจางหรือเสื่อมสภาพจากแสงแดดโดยตรง
ต่อเติมระเบียงด้วยกันสาดโพลีคาร์บอเนต ใช้งบประมาณเท่าไหร่ ?
การติดตั้ง กันสาดโพลีคาร์บอเนตสำหรับระเบียงบ้าน มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 3,500-6,500 บาทต่อตารางเมตร (รวมวัสดุ และค่าแรง)
ทั้งนี้ ราคาจะแตกต่างกันตามชนิดของแผ่น วัสดุโครงสร้าง รูปแบบกันสาด และความยากในการติดตั้ง โดยค่าใช้จ่ายหลักสามารถแบ่งได้ ดังนี้
- โครงสร้างกันสาด
โครงสร้างเป็นต้นทุนหลักของงานติดตั้ง โดยราคาจะแตกต่างกันตามวัสดุที่เลือกใช้
- โครงเหล็กพ่นสีหรือเหล็กกัลวาไนซ์ ประมาณ 1,800-2,800 บาท/ตร.ม. แข็งแรง คุ้มค่า และได้รับความนิยมสำหรับงานต่อเติมบ้านทั่วไป
- โครงสเตนเลส ประมาณ 2,800-4,000 บาท/ตร.ม. มีความทนทานต่อความชื้น ไม่เป็นสนิมง่าย เหมาะกับพื้นที่ใกล้ทะเลหรือบริเวณที่มีความชื้นสูง
- โครงอะลูมิเนียม ประมาณ 3,500-6,000 บาท/ตร.ม. มีน้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิม ดูแลรักษาง่าย และให้ความสวยงามทันสมัย แต่มีราคาสูงกว่าโครงเหล็ก
- ราคาแผ่นโพลีคาร์บอเนต
งบประมาณสำหรับโพลีคาร์บอเนต พร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง เช่น แผ่นปิดขอบ ยางรอง และอุปกรณ์ยึดติด อยู่ที่ประมาณ 1,200-3,000 บาท/ตร.ม. ขึ้นอยู่กับชนิดของโพลีคาร์บอเนต
- ค่าแรง
ค่าแรงติดตั้งโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 250-500 บาท/ตร.ม. หากเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงยาก อยู่บนที่สูง ต้องใช้รถกระเช้า หรือมีการรื้อถอนกันสาดเดิมก่อนติดตั้ง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามความซับซ้อนของงาน
นอกจากค่าวัสดุ และค่าแรงแล้ว ควรเผื่องบสำหรับงานเพิ่มเติม เช่น รางน้ำฝนและท่อน้ำทิ้ง แผ่นปิดรอยต่อ หรือแฟลชชิ่ง หรือค่ารื้อถอนกันสาดเดิม เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว หากเป็น ระเบียงขนาดประมาณ 12 ตารางเมตร จะใช้งบประมาณโดยเฉลี่ย 42,000-78,000 บาท ขึ้นอยู่กับวัสดุที่เลือกใช้ และรายละเอียดของหน้างานติดตั้ง ซึ่งควรให้ผู้รับเหมาสำรวจพื้นที่และประเมินราคาก่อนตัดสินใจ
สรุป แนะนำผลิตภัณฑ์ PolySky พร้อมการรับประกัน 10 ปี
โดยสรุป หากเข้าใจถึงข้อดีของแผ่นโพลีคาร์บอเนต และพิจารณาปัจจัยสำคัญทั้งเรื่องสี ระดับความโปร่งแสง ความหนา รวมถึงการป้องกันรังสี UV อย่างรอบคอบก่อนติดตั้ง จะช่วยให้ได้หลังคาระเบียงที่ตอบโจทย์การใช้งาน คุ้มค่ากับงบประมาณ และใช้งานได้อย่างยาวนาน
หากกำลังมองหาแผ่นกันสาดโพลีคาร์บอเนตคุณภาพสูง D-Lite “PolySky” คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ ด้วยโพลีคาร์บอเนตแบบใสที่ช่วยให้แสงธรรมชาติส่องผ่านได้อย่างเหมาะสม พร้อมป้องกันรังสี UV ได้ถึง 99.9% และมีคุณสมบัติ ไม่ลามไฟ ผ่านการทดสอบมาตรฐาน UL 94 Class V-0 เพิ่มความมั่นใจ ทั้งด้านความปลอดภัย และความทนทานในการใช้งาน
สนใจติดตั้งหรือต้องการคำแนะนำ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line: @kansaddlite หรือโทร 085-155-6532, 02-312-4300

