กันสาด คือองค์ประกอบสำคัญในการต่อเติมบ้าน มีลักษณะเป็นโครงสร้างหลังคาที่ยื่นออกจากตัวอาคาร ทำหน้าที่เป็นปราการด่านแรกในการป้องกันแสงแดด ความร้อน ลม ฝุ่น และเม็ดฝนไม่ให้สาดเข้าสู่ตัวบ้าน ช่วยป้องกันไม่ให้ประตู หน้าต่าง หรือเฟอร์นิเจอร์เสื่อมโทรมก่อนเวลาอันควร นอกจากนี้ กันสาดยังช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายนอกบ้าน ไม่ว่าจะเป็น โรงจอดรถ ลานซักล้าง มุมพักผ่อน หรือพื้นที่นั่งเล่น ให้สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพตลอดทั้งปี
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีวัสดุก่อสร้างได้พัฒนาไปอย่างมาก ทำให้เจ้าของบ้านมีตัวเลือกทั้งในแง่ของวัสดุ โครงสร้าง และระบบการใช้งานที่หลากหลาย เพื่อให้ตอบโจทย์ที่อยู่อาศัยทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรืออาคารพาณิชย์ ในบทความนี้ D-Lite ได้รวบรวมคู่มือฉบับสมบูรณ์ ตั้งแต่วิธีเลือกวัสดุ โครงสร้าง ทิศทางแดด สไตล์การตกแต่ง ไปจนถึงข้อกฎหมายที่ต้องรู้ก่อนติดตั้ง เพื่อให้การต่อเติมกันสาดของคุณคุ้มค่า สวยงาม และปลอดภัยที่สุด
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
แนะนำ 6 ประเภทกันสาดยอดนิยม และเปรียบเทียบวัสดุที่ใช้
วัสดุสำหรับทำแผ่นหลังคากันสาดมีหลากหลายประเภท ซึ่งแต่ละชนิดมีจุดเด่น ข้อจำกัด และความเหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้
1. กันสาดไฟเบอร์กลาส (Fiberglass Reinforced Plastic FRP)
ผลิตจากเส้นใยไฟเบอร์กลาสผสานเรซินโพลีเอสเตอร์คุณภาพสูง ขึ้นรูปเป็นลอนแผ่นหลังคาที่มีความยืดหยุ่น และเหนียวแน่นทนทานสูง โดยมีรายละเอียดคุณสมบัติสำคัญ ดังนี้
- จุดเด่น: ให้แสงธรรมชาติที่นุ่มนวล สบายตา กระจายแสงได้สม่ำเสมอ ไม่แสบตา และสะท้อนรังสี UV ได้มากถึง 99% น้ำหนักเบา ทนต่อความชื้น สารเคมี และสภาพอากาศแปรปรวน ที่สำคัญคือ มีอัตราการขยายตัวต่ำกว่าโพลีคาร์บอเนตถึง 50% ทำให้ลดปัญหาเสียงลั่นและโครงสร้างบิดงอ
- ข้อจำกัด: หากเป็นสินค้าเกรดต่ำ เส้นใยแก้วอาจหลุดล่อนได้ง่าย จึงควรเลือกใช้แบรนด์ที่ได้มาตรฐานสากล เช่น กันสาดดีไลท์ (D-Lite)
- เหมาะสำหรับ: โรงจอดรถ ระเบียงหน้าบ้าน โซนซักล้าง สวนข้างบ้าน หรือบ้านในพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่มีความชื้นสูง
- การรับประกันคุณภาพ: รับประกันสูงสุด 15 ปี (สำหรับกันสาด D-Lite)
กันสาดไฟเบอร์กลาส ถือเป็นวัสดุที่ให้ความคุ้มค่าสูงสุดในระยะยาว เหมาะกับบ้านที่ต้องการแสงสว่างธรรมชาติโดยไม่สะสมความร้อน
2. กันสาดโพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate)
ผลิตจากเม็ดพลาสติกคุณภาพสูง จากกระบวนการปิโตรเคมี มีทั้งแบบแผ่นตัน และแบบรังผึ้ง/ลอนลูกฟูก มีคุณสมบัติการใช้งาน ดังนี้
- จุดเด่น: โปร่งแสงสูง มีสีสันให้เลือกเยอะ น้ำหนักเบา สามารถดัดโค้งตามรูปทรงโครงสร้างได้ง่าย ราคาเข้าถึงได้
- ข้อจำกัด: เมื่อใช้งานกลางแจ้งเป็นเวลานาน แผ่นมีโอกาสกรอบแตก สีเหลือง และซีดจาง สำหรับแบบรังผึ้งมักพบปัญหาไอน้ำและตะไคร่น้ำสะสมในช่องแผ่นจนขุ่นมัว ทำความสะอาดไม่ได้ และไม่ทนทานต่อสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรด-ด่าง หากเสียหายมักต้องเปลี่ยนยกแผง
- เหมาะสำหรับ: พื้นที่ที่ต้องการความโปร่งตา ลานกิจกรรม หรือหลังคากันสาดทรงโค้ง
- อายุการใช้งาน: 5–10 ปี
กันสาดโพลีคาร์บอเนต เหมาะกับงานตกแต่งที่เน้นรูปทรงดัดโค้ง และงบประมาณจำกัด แต่ต้องเตรียมพร้อมเรื่องการดูแลเปลี่ยนแผ่นตามรอบอายุการใช้งาน
3. กันสาดไวนิล (uPVC)
ผลิตจากพลาสติกสังเคราะห์ พอลิไวนิลคลอไรด์ (Unplasticized Polyvinyl Chloride) เกรดสำหรับงานภายนอก มีจุดเด่น และข้อจำกัด ดังนี้
- จุดเด่น: มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนในตัว ป้องกันความร้อนสะสมได้ดีเยี่ยม จุดเด่นสำคัญคือ ช่วยซับเสียงฝนตกกระทบได้ดีมาก ไม่เกิดเสียงดังรบกวน ให้ภาพลักษณ์ที่เรียบหรู ทันสมัย
- ข้อจำกัด: แผ่นมีน้ำหนักค่อนข้างมาก ทำให้ต้องใช้โครงสร้างที่แข็งแรงและมีขนาดใหญ่ ส่งผลให้งบประมาณโดยรวมสูงขึ้น และเมื่อใช้งานไปหลายปี สีอาจมีอาการซีดจางลงบ้าง
- เหมาะสำหรับ: โรงจอดรถ พื้นที่ข้างบ้าน และครัวหลังบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่ต้องการความเงียบสงบและเน้นร่มเงา
- อายุการใช้งาน: 10–15 ปี
กันสาดไวนิล ตอบโจทย์เจ้าของบ้านที่ต้องการความเงียบ และร่มเงาบังแดดแบบ 100% ภายใต้งบประมาณโครงสร้างที่พร้อมรองรับน้ำหนัก
4. กันสาดเมทัลชีท (Metal Sheet)
ผลิตจากแผ่นเหล็กรีดลอน เคลือบสารป้องกันสนิมจากโลหะผสมอะลูมิเนียมและสังกะสี (Aluzinc) มีคุณสมบัติหลัก ดังนี้
- จุดเด่น: แข็งแรง ทนทานสูง ไม่แตกหักง่าย น้ำหนักเบา รอยต่อน้อย ทำให้โอกาสรั่วซึมต่ำ ติดตั้งสะดวกรวดเร็ว และราคาประหยัดที่สุด
- ข้อจำกัด: กักเก็บความร้อนสูง ทำให้อากาศใต้กันสาดร้อนอบอ้าว และมีเสียงดังรบกวนชัดเจนเมื่อฝนตก จำเป็นต้องติดตั้งฉนวนกันความร้อน (เช่น PU Foam หรือ PE) เพิ่มเติมเพื่อลดเสียงและอุณหภูมิ
- เหมาะสำหรับ: ลานจอดรถขนาดใหญ่ ครัวไทยนอกบ้าน หรือพื้นที่ใช้งานหนัก
- อายุการใช้งาน: 10–20 ปี (ขึ้นอยู่กับความหนาและเกรดของสารเคลือบ)
กันสาดเมทัลชีท ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในเชิงราคา และความแข็งแรง แต่จำเป็นต้องลงทุนติดฉนวนกันความร้อนควบคู่กันเสมอ
5. กันสาดผ้าใบ (Fabric Awning)
มีทั้งแบบโครงสร้างตายตัว และแบบพับเก็บได้ ทั้งระบบหมุนและมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีคุณสมบัติดังนี้
- จุดเด่น: มีความยืดหยุ่นสูง สามารถเปิดรับแสงแดดหรือกางออกเพื่อบังฝนได้ตามต้องการ ดีไซน์มีเสน่ห์ เพิ่มบรรยากาศสไตล์คาเฟ่ยุโรป
- ข้อจำกัด: ไม่ทนทานต่อลมพายุแรง มีโอกาสเกิดคราบเชื้อราหรือคราบน้ำฝนสะสม และอายุการใช้งานสั้นกว่าแผ่นหลังคาแข็ง
- เหมาะสำหรับ: ระเบียงคอนโด คาเฟ่ ร้านอาหาร หรือมุมนั่งจิบกาแฟ Outdoor
- อายุการใช้งาน: 5–8 ปี
กันสาดผ้าใบ ตอบโจทย์การใช้งานที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันพื้นที่ได้ตามช่วงเวลาและสภาพอากาศ
สรุปเปรียบเทียบคุณสมบัติวัสดุกันสาดแต่ละประเภท
| วัสดุ | การส่องผ่านของแสง | การป้องกันความร้อน | เสียงฝนตกกระทบ | ความทนทาน | จุดเด่นหลัก |
| ไฟเบอร์กลาส (D-Lite) | แสงธรรมชาติ นุ่มนวล ไม่แสบตา | ดีมาก (สะท้อน UV 99%) | ปานกลาง – เงียบ | สูงมาก (รับประกันสูงสุด 15 ปี) | สบายตา ไม่ร้อน ไม่ลั่น กรอบแตกยาก คุ้มค่าระยะยาว |
| โพลีคาร์บอเนต | โปร่งใส – โปร่งแสง | ปานกลาง | ปานกลาง | ปานกลาง (ระวังกรอบแตก) | น้ำหนักเบา ดัดโค้งง่าย สีสันหลากหลาย |
| ไวนิล (uPVC) | ทึบแสง | ดีเยี่ยม | เงียบมาก | สูง | เงียบสนิท ซับเสียงดี ให้ร่มเงาสมบูรณ์ |
| เมทัลชีท | ทึบแสง 100% | ต่ำ แต่ต้องติดฉนวนเสริม | ดังมาก | สูง | ราคาประหยัด ติดตั้งไว แข็งแรงทนทาน |
| อะคริลิก | โปร่งใสเสมือนกระจก | ปานกลาง – ดี | ปานกลาง | สูง (ระวังรอยเจาะ) | หรูหรา โมเดิร์น ใสเคลียร์ระดับพรีเมียม |
| ผ้าใบ | กรองแสง / ทึบแสง | ปานกลาง | เงียบ | ปานกลาง | พับเก็บได้ ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันพื้นที่ได้ง่าย |
โครงสร้างกันสาดแบบต่าง ๆ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับพื้นที่บ้าน
ก่อนตัดสินใจติดตั้ง จำเป็นต้องสำรวจโครงสร้างของตัวบ้านก่อน เพราะบ้านแต่ละหลังรับน้ำหนักได้จำกัด โครงสร้างกันสาดที่นิยมใช้ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบหลัก ดังนี้
1. โครงกันสาดแบบมีเสา (Post-Supported Awning)
โครงสร้างมาตรฐานที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีความมั่นคง แข็งแรง และรับน้ำหนักแผ่นกันสาดได้ดีเยี่ยม เพราะมีเสาค้ำช่วยถ่ายเทน้ำหนักลงสู่พื้น
- เหมาะสำหรับ: พื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น โรงจอดรถหน้าบ้าน ลานอเนกประสงค์ หรือการเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักมาก เช่น ไวนิล หรืออะคริลิก เหมาะอย่างยิ่งกับบ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่บริเวณกว้างขวาง
2. โครงกันสาดแบบไร้เสา / ยื่นลอย (Cantilever Awning)
โครงสร้างที่ยึดติดเข้ากับผนังอาคารโดยตรงโดยไม่มีเสา หรือแขนค้ำเกะกะด้านล่าง ทำให้พื้นที่ด้านล่างเปิดโล่ง 100%
- ข้อกำหนด: ระยะยื่นออกจากตัวบ้านไม่ควรเกิน 1.2 – 1.5 เมตร และควรเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา เพื่อป้องกันไม่ให้โครงสร้างแบกรับน้ำหนักเกินจนผนังแตกร้าว
- เหมาะสำหรับ: ช่องเปิดขนาดเล็ก เช่น เหนือบานประตู หน้าต่าง หรือเฉลียงทางเข้าขนาดกะทัดรัด
3. โครงกันสาดแบบแขนค้ำ (Strut-Supported Awning)
โครงสร้างที่ยึดติดกับผนัง และมีเหล็กค้ำยันทำมุมทแยง จากด้านล่างขึ้นมารองรับโครงหลังคา ช่วยเพิ่มความแข็งแรงมากกว่าแบบไร้เสา
- ข้อกำหนด: สามารถทำระยะยื่นออกจากตัวบ้านได้ประมาณ 2.0 – 2.5 เมตร โดยที่พื้นที่ด้านล่างยังคงเดินสัญจรได้สะดวก ไม่มีเสาตั้งบนพื้น
- เหมาะสำหรับ: ทางเดินข้างบ้าน ลานซักล้าง หรือเฉลียงนั่งเล่นที่ต้องการพื้นที่ทางเดินโล่งโปร่ง
4. โครงกันสาดแบบแขนรั้ง (Suspension / Tie-Rod Awning)
โครงสร้างที่ใช้เส้นสลิง หรือท่อเหล็กยึดโยงจากผนังส่วนบน ลงมาดึงรั้งโครงสร้างกันสาดด้านล่างเอาไว้ ให้ภาพลักษณ์สไตล์โมเดิร์น ลอฟต์ หรืออินดัสเทรียล
- ข้อกำหนด: ความแข็งแรงจะขึ้นอยู่กับโครงสร้างคานของตัวบ้านที่ใช้เป็นจุดยึดพุกดึงรั้ง ไม่ควรทำระยะยื่นเกิน 2.5 เมตร และไม่เหมาะกับวัสดุที่มีน้ำหนักมากเกินไป
- เหมาะสำหรับ: อาคารพาณิชย์ ทาวน์โฮม หรือมุมพักผ่อนที่ต้องการความดิบเท่และทันสมัย
วิธีเลือกกันสาดให้ตอบโจทย์ ทั้งทิศแดด ฟังก์ชัน และงบประมาณ
การเลือกกันสาดให้คุ้มค่าที่สุด ต้องพิจารณาควบคู่กันหลายมิติ ทั้งทิศทางธรรมชาติ การใช้งานจริง และระบบฟังก์ชัน ดังนี้
1. เลือกให้สอดคล้องกับทิศทางแดดและลมในไทย
แต่ละทิศของบ้านได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเลือกวัสดุจึงควรพิจารณาตามลักษณะทิศ ดังนี้
- ทิศตะวันตก (แดดบ่ายรุนแรง): แดดจะส่องทำมุมเฉียงต่ำและมีความร้อนสะสมสูงสุดของวัน ควรเลือกวัสดุที่ลดความร้อนได้ดี เช่น กันสาดไฟเบอร์กลาสแบบทึบแสง, ไวนิล หรือเมทัลชีทบุฉนวน เพื่อสกัดไอร้อนไม่ให้สะท้อนเข้าสู่ตัวบ้าน
- ทิศตะวันออก (แดดเช้ากำลังสบาย): ได้รับแสงแดดอ่อนในยามเช้า ควรเลือกวัสดุประเภทโปร่งแสง เช่น ไฟเบอร์กลาส หรือโพลีคาร์บอเนต เพื่อรับแสงสว่างธรรมชาติ ช่วยให้บ้านโปร่ง ไม่อับชื้น และประหยัดค่าไฟ
- ทิศเหนือ (แดดร่มตลอดปี): เป็นทิศที่โดนแดดน้อยที่สุด สามารถเลือกใช้วัสดุได้ทุกประเภทตามความชอบ ดีไซน์ และงบประมาณ
- ทิศใต้ (ลมดี แต่ฝนสาดบ่อย): ประเทศไทยมีลมมรสุมและฝนสาดทางทิศใต้เป็นส่วนใหญ่ ควรเลือกวัสดุกันสาดที่ทนความชื้น ลดเสียงกระทบของเม็ดฝน เช่น ไฟเบอร์กลาส หรือไวนิล และต้องให้ความสำคัญกับการติดตั้งรางน้ำฝนที่มีขนาดเหมาะสม
2. เลือกตามวัตถุประสงค์และโซนการใช้งาน
พื้นที่แต่ละส่วนของบ้านมีความต้องการฟังก์ชันที่แตกต่างกัน โดยสามารถเลือกวัสดุให้เหมาะสมตามการใช้งานได้ ดังนี้
- โรงจอดรถ: ต้องการโครงสร้างที่แข็งแรง ทนแดดจัด ป้องกันความร้อนสะสม เพื่อรักษาสีรถยนต์
- โซนซักล้าง / ลานตากผ้า: ต้องการแสงสว่างเพื่อฆ่าเชื้อและช่วยให้ผ้าแห้ง แต่ต้องกันฝนได้และทนความชื้นสูง
- ครัวหลังบ้าน: มีไอน้ำ ควัน และน้ำมันจากการทำอาหาร ต้องการวัสดุที่ระบายอากาศได้ดี ไม่อมควัน และทำความสะอาดง่าย
- มุมนั่งเล่นหน้าบ้าน / โฮมคาเฟ่: ต้องการความสวยงาม แสงธรรมชาติที่นุ่มนวล สร้างบรรยากาศอบอุ่นและถ่ายรูปสวย
3. เลือกชนิดแสงและระบบฟังก์ชันการใช้งาน
เพื่อตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน เจ้าของบ้านสามารถเลือกระบบแสงและการทำงานได้ ดังนี้
- เลือกลักษณะแสง: หากต้องการร่มเงาบังแดด 100% ควรเลือกกันสาดแบบทึบแสง แต่หากต้องการให้บริเวณนั้นสว่าง มีแสงธรรมชาติส่องผ่านสบายตา ไม่มืดทึบ ควรเลือก กันสาดแบบโปร่งแสง
- เลือกระบบเปิด-ปิด:
- แบบติดตั้งถาวร (Fixed): มั่นคง ปลอดภัย ดูแลรักษาง่ายที่สุด เหมาะกับพื้นที่ใช้งานหลัก
- ระบบพับเก็บได้ (Retractable): เหมาะกับร้านอาหาร คาเฟ่ หรือระเบียง มีให้เลือกทั้งแบบมือหมุนประหยัดงบ และระบบมอเตอร์ไฟฟ้าควบคุมด้วยรีโมต หรือเซนเซอร์ตรวจจับแรงลมและแสงแดดอัตโนมัติ
4. การประเมินงบประมาณและการคิดราคา
โดยทั่วไป การติดตั้งกันสาดจะประเมินราคาตามขนาดพื้นที่หน้างานจริง ประกอบกับ 3 ปัจจัยหลัก
- เกรดวัสดุแผ่นหลังคา: (เมทัลชีท < โพลีคาร์บอเนต < ไฟเบอร์กลาส < ไวนิล / อะคริลิก)
รูปแบบและขนาดโครงสร้าง: โครงสร้างแบบมีเสาและลงเสาเข็มจะมีต้นทุนสูงกว่าโครงสร้างยื่นลอย
ระบบรางน้ำและอุปกรณ์เสริม: การเพิ่มรางน้ำสเตนเลส ไม้ระแนงตกแต่ง หรือระบบมอเตอร์อัตโนมัติ จะเพิ่มงบประมาณตามฟังก์ชันที่ต้องการ
สำหรับ เจ้าของบ้านที่กำลังมองหากันสาดคุณภาพ เพื่อการต่อเติมบ้าน D-Lite คือทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านความสวยงาม และความทนทาน โดยผลิตจากวัสดุคุณภาพสูงอย่าง ไฟเบอร์กลาส (Fiberglass) และโพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate) ซึ่งได้รับการออกแบบให้มีดีไซน์ทันสมัย สามารถติดตั้งเข้ากับสไตล์บ้านได้อย่างลงตัวทุกแบบ อีกทั้งยังมาพร้อมการรับประกันสินค้ายาวนาน 10-15 ปี ตามรุ่นการผลิต
ไอเดียเลือกสี ดีไซน์ และเทคนิคตกแต่งกันสาดให้เข้ากับบ้านแต่ละสไตล์
การเลือกกันสาดไม่ใช่แค่เรื่องการกันแดดกันฝน แต่เป็นหน้าตาที่ส่งผลต่อทัศนียภาพของบ้านโดยตรง
1. การจับคู่โทนสีและดีไซน์ตามสไตล์บ้าน
เพื่อคุมภาพรวมของบ้านให้กลมกลืนและสวยงาม สามารถเลือกจับคู่โทนสีและวัสดุตามแนวทางการออกแบบได้ดังนี้
บ้านสไตล์โมเดิร์น (Modern)
- โทนสี: ขาว เทา ดำ
- ดีไซน์: เส้นสายตรง คมชัด เรียบเท่
- วัสดุที่แนะนำ: กันสาดดีไลท์ลอนเรียบ, ไวนิล หรืออะคริลิก เข้ากับโครงเหล็กกล่องสีดำสนิท
บ้านสไตล์มินิมอล / มูจิ (Minimal / Muji)
- โทนสี: ครีม น้ำตาล ขาว เบจ โทนอุ่น
- ดีไซน์: เรียบง่าย โปร่งโล่ง สบายตา
- วัสดุที่แนะนำ: กันสาดดีไลท์ลอนฟูจิ หรือลอนเรียบ 2 in 1 ที่ด้านล่างเป็นสีขาวฝ้า ให้แสงนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ
บ้านสไตล์ลอฟต์ (Loft / Industrial)
- โทนสี: ดำ สีสนิม เทาเข้ม คอนกรีตเปลือย
- ดีไซน์: โชว์โครงสร้างเหล็ก งานท่อ สไตล์ดิบเท่
- วัสดุที่แนะนำ: เมทัลชีท หรือกันสาดไฟเบอร์กลาสโทนสีชา/เทาควันบุหรี่ เข้ากับโครงสร้างเหล็กดำและผนังอิฐ
บ้านสไตล์คลาสสิก / ลักชัวรี (Classic Luxury)
- โทนสี: ขาว ครีม น้ำตาลทอง
- ดีไซน์: มีมิติ เส้นสายโค้งมน หรือบัวหัวเสาที่ประณีต
- วัสดุที่แนะนำ: กันสาดอะคริลิกใส หรือกันสาดไฟเบอร์กลาสลอนคลื่นที่ช่วยกระจายแสงอย่างหรูหรา
สำหรับบ้านพักอาศัย แนะนำให้ใช้สีคุมโทนเรียบ (Monotone / Earth Tone) เพื่อความสบายตาในระยะยาว ส่วนอาคารพาณิชย์ ร้านอาหาร หรือคาเฟ่ สามารถเลือกใช้แผ่นกันสาดสีสลับลายทาง (Stripes) เพื่อสร้างจุดเด่น ดึงดูดสายตา และเพิ่มบรรยากาศที่สดใส
5 ไอเดียเลือกสีและดีไซน์กันสาด ให้กับบ้านแต่ละสไตล์
หากติดตั้งกันสาดไปแล้วรู้สึกว่าบ้านดูแข็งทื่อ หรือต้องการเพิ่มเสน่ห์ให้กับพื้นที่ สามารถนำ 5 ไอเดียนี้ไปปรับใช้ได้ทันที
- ตกแต่งแปด้วยระแนงไม้: ติดตั้งไม้ระแนงใต้แนวแปของกันสาด ช่วยซ่อนแนวโครงเหล็ก เพิ่มความละมุนสไตล์มินิมอล/มูจิ และช่วยกรองแสงแดดใต้กันสาด เหมาะกับการจัดมุมจิบกาแฟยามเช้า
- ตกแต่งด้วยซุ้มระแนง: สำหรับบ้านที่มีระยะยื่นกันสาดสั้น การทำซุ้มระแนงยื่นออกมาเสริมด้านหน้าหรือด้านข้าง จะช่วยให้ตัวบ้านดูมีมิติ โดดเด่นขึ้น และช่วยลดความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ติดตั้งระแนงพรางตาแนวดิ่ง: เพิ่มแผงระแนงแนวดิ่งด้านข้างของกันสาด นอกจากช่วยบังแสงแดดเฉียงช่วงเช้า/เย็นแล้ว ยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว (Privacy) บดบังสายตาจากเพื่อนบ้านได้อย่างแนบเนียน
- ซ่อนรางน้ำฝนเข้ากับโครงเสา: ทาสีท่อระบายน้ำฝนให้เป็นสีเดียวกับเสากันสาด และติดตั้งในระนาบเดียวกันให้ดูกลืนเป็นเนื้อเดียว เพื่อไม่ให้ท่อน้ำฝนดูแปลกแยกขัดสายตา
- ประดับตกแต่งเสาค้ำกันสาด: หากเสาเหล็กดูทื่อเกินไป สามารถตกแต่งด้วยการกรุไม้เทียมรอบเสา ดัดแปลงเป็นเหล็กเส้นลวดลายเรขาคณิต หรือก่ออิฐโชว์แนวรอบฐานเสา เพื่อคุม Mood & Tone ของบ้านให้สมบูรณ์แบบ
การเติมลูกเล่นด้วยงานระแนงและอุปกรณ์เสริม ช่วยเปลี่ยนพื้นที่ใต้ชายคาธรรมดาให้กลายเป็นมุมพักผ่อนที่มีเอกลักษณ์
เช็กลิสต์ก่อนติดตั้งกันสาด ป้องกันปัญหาโครงสร้าง และกฎหมายอาคาร
หลายบ้านมักเกิดปัญหาหลังคารั่ว ทรุดตัว หรือมีข้อพิพาทกับเพื่อนบ้านเนื่องจากไม่ได้วางแผนก่อนติดตั้ง นี่คือเช็กลิสต์สำคัญที่ต้องตรวจสอบ
1. สเปกโครงสร้างและความปลอดภัย
เพื่อความแข็งแรงและอายุการใช้งานที่ยาวนาน โครงสร้างกันสาดควรเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ดังนี้
- ความหนาของเหล็ก: เหล็กกล่องสำหรับทำโครงสร้างกันสาดควรมีความหนาไม่น้อยกว่า 1.2 – 2.0 มม. และสำหรับพื้นที่ชั้น 2 ขึ้นไปหรือบริเวณที่มีลมพัดแรง ควรใช้เหล็กที่มีความหนามากกว่า 2.3 มม.
- ระยะยื่นและมุมลาดเอียง (Slope): ระยะยื่นที่เหมาะสมสำหรับการป้องกันแดดและฝนสาดอยู่ที่ 1.2 – 1.5 เมตร และต้องทำองศาความลาดเอียงไม่น้อยกว่า 5 องศา (หรือระยะตก 9 ซม. ต่อความยาว 1 เมตร) เพื่อให้น้ำฝนไหลระบายได้เร็ว ป้องกันปัญหาน้ำขัง ล้น หรือรั่วซึมย้อนเข้าสู่โครงสร้าง
2. ข้อกฎหมายควบคุมอาคารที่ควรรู้ (พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร)
การต่อเติมกันสาดถือเป็นงานดัดแปลงอาคาร ซึ่งมีเกณฑ์ตามกฎหมายที่ต้องพิจารณา ดังนี้
กรณีที่ไม่ต้องขออนุญาตดัดแปลงอาคาร:
- การเพิ่มหรือลดเนื้อที่ของพื้นรวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร โดยไม่มีการเพิ่มหรือลดจำนวนเสาหรือคาน
- การเพิ่มหรือลดเนื้อที่ของหลังคารวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร โดยไม่มีการเพิ่มหรือลดจำนวนเสาหรือคาน
กรณีที่ต้องยื่นขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น (เทศบาล/อบต./สำนักงานเขต):
- มีการลงเสาต้นใหม่เพิ่ม หรือเพิ่มน้ำหนักให้แก่โครงสร้างเดิมเกิน 10% ขึ้นไป
- พื้นที่ต่อเติมหลังคาเกิน 5 ตารางเมตร หรือมีผลต่อโครงสร้างหลักและความปลอดภัยของอาคาร
ข้อกำหนดเรื่องระยะร่นและแนวเขตที่ดิน:
- ชายคาหรือโครงสร้างกันสาดต้องห่างจากแนวเขตที่ดินข้างเคียงไม่น้อยกว่า 0.50 เมตร หากต่อเติมชิดแนวเขตที่ดินต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของที่ดินข้างเคียง
- หากเป็นส่วนต่อเติมที่มีช่องเปิด ประตู หน้าต่าง หรือระเบียง ต้องเว้นระยะห่างจากแนวเขตที่ดินข้างเคียงไม่น้อยกว่า 2.0 เมตร (สำหรับอาคารสูงไม่เกิน 9 เมตร)
3. มารยาทและข้อระวังเพื่อไม่ให้มีปัญหากับเพื่อนบ้าน
การอยู่อาศัยร่วมกันในชุมชนต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียง โดยมีข้อควรระวังสำคัญ ดังนี้
- ห้ามให้น้ำฝนไหลลงที่ดินข้างเคียง: ต้องติดตั้ง รางน้ำฝน (Gutter) และเดินท่อระบายน้ำลงสู่ท่อระบายน้ำของบ้านตนเองอย่างถูกต้อง ห้ามให้น้ำจากหลังคากระเซ็นข้ามแนวเขตที่ดินโดยเด็ดขาด
- ไม่บดบังทัศนวิสัยหรือทิศทางลม: หากมีการติดตั้งระแนงพรางตาหรือผนังกันสาดด้านข้าง ต้องไม่สูงเกินจนบดบังแสง ทัศนวิสัย หรือทางลมของบ้านข้างเคียง
4. การรับประกันงานติดตั้งและวัสดุ
เพื่อความอุ่นใจหลังการส่งมอบงาน ควรตรวจสอบความคุ้มครองตามข้อกำหนด ดังต่อไปนี้
- ควรเลือกช่างหรือบริษัทติดตั้งที่มีเอกสาร สัญญารับประกันงานติดตั้งอย่างน้อย 1 ปี (ครอบคลุมปัญหาน้ำรั่วซึมและโครงสร้างทรุด)
- ตัวแผ่นหลังคากันสาดต้องมีการรับประกันคุณภาพสินค้าจากผู้ผลิตอย่างชัดเจน (เช่น รับประกันการไม่รั่วซึม ไม่กรอบแตก และสีไม่ซีดจาง)
กันสาดดีไลท์ ลอนสำเร็จรูป มาตรฐานออสเตรเลีย พร้อมติดตั้ง
สำหรับเจ้าของบ้านที่กำลังมองหากันสาดคุณภาพสูง ดีไซน์สวยโมเดิร์น และทนทานยาวนาน ขอแนะนำ กันสาดดีไลท์ (D-Lite) แผ่นกันสาดไฟเบอร์กลาสคุณภาพระดับพรีเมียม ลิขสิทธิ์เฉพาะจาก บริษัท แอมเพิลไลท์ เวิลด์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านหลังคาโปร่งแสงและไฟเบอร์กลาสที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 40 ปี
แผ่นกันสาดดีไลท์ทุกรุ่นผลิตด้วยมาตรฐานระดับสากล ผ่านการรับรองมาตรฐาน AS 4256.3:2003 จาก SAI GLOBAL ประเทศออสเตรเลีย, มาตรฐานระบบคุณภาพ ISO 9001 : 2015 และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 612-2549 พร้อมการรับประกันสินค้ายาวนานสูงสุดถึง 15 ปี มั่นใจได้ในความแข็งแรง สวยงาม ไม่บิดงอ และไม่กรอบแตกง่าย
4 รุ่นลอนสำเร็จรูปยอดนิยมจาก D-Lite
เพื่อตอบโจทย์งานสถาปัตยกรรมและรสนิยมที่หลากหลาย กันสาดดีไลท์ได้พัฒนาลอนหลังคามาถึง 4 รูปแบบหลัก
- กันสาดดีไลท์ ลอนเรียบ: แผ่นกันสาดผิวเรียบเนียน ดีไซน์ทันสมัย เรียบหรูสไตล์โมเดิร์น มีให้เลือกทั้งรุ่นโปร่งแสงที่ช่วยกระจายแสงธรรมชาติอย่างนุ่มนวล และรุ่นทึบแสงที่ป้องกันความร้อนได้สูงสุด 100% ระบายน้ำได้ดีเยี่ยม ไร้รอยต่อสกปรก
- กันสาดดีไลท์ ลอนเรียบ 2 in 1: นวัตกรรมขั้นกว่าที่มี 2 สีในแผ่นเดียว ด้านบนเป็นเฉดสีตามสไตล์ที่คุณชื่นชอบ ส่วนด้านล่างเป็นสีขาวเคลือบฟิล์มพิเศษ ทำหน้าที่เป็นฝ้าเพดานในตัว ช่วยให้ใต้ชายคาดูสว่าง โปร่งโล่ง สะอาดตา และประหยัดค่าทำฝ้าเพิ่ม
- กันสาดดีไลท์ ลอนฟูจิ (Fuji): ดีไซน์ลอนเรียบสวย มินิมอล มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสไตล์ญี่ปุ่น ตอบโจทย์บ้านสไตล์ Minimal, Modern และ Muji ให้ความรู้สึกกลมกลืนกับธรรมชาติและบรรยากาศที่อบอุ่น
- กันสาดดีไลท์ ลอนคลื่น (Wave): ลอนคลื่นมาตรฐานระดับตำนาน ระบายน้ำได้รวดเร็ว เหมาะกับบ้านทุกดีไซน์ มีให้เลือกทั้งแบบโปร่งแสงรับไออุ่นธรรมชาติ และแบบทึบแสงเพื่อร่มเงาที่ร่มรื่น
สุดท้ายนี้ สำหรับใครที่กำลังวางแผนต่อเติมกันสาด แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะเลือกใช้แผ่นหลังคาแบรนด์ไหนดี ขอแนะนำ D-Lite ผลิตภัณฑ์แผ่นหลังคาคุณภาพ ที่ออกแบบมาให้เข้ากับทุกสไตล์ของบ้านและอาคารได้อย่างลงตัว ด้วยดีไซน์ให้เลือกถึง 5 สไตล์ และในแต่ละสไตล์ยังมีเฉดสีให้เลือกแยกย่อยตามความต้องการ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ และโทนสีของบ้านได้อย่างลงตัว
นอกจากนี้ ทุกแผ่นหลังคาผลิตด้วยมาตรฐานสูง และผ่านการรับรองจาก ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มั่นใจได้ทั้งในด้านคุณภาพ ความแข็งแรง และความสวยงามที่ยาวนาน หากสนใจสามารถติดต่อเราได้ที่ Line: @kansaddlite หรือโทร 085-155-6532, 02-312-4300

