กันสาด เป็นส่วนสำคัญของบ้าน ที่ช่วยทั้งเรื่องการตกแต่งให้บ้านดูทันสมัย และช่วยเรื่องสภาพอากาศ สำหรับประเทศไทยซึ่งมีภูมิอากาศร้อนชื้น มีอากาศร้อนอยู่ตลอดเวลา และเมื่อเข้าฤดูฝนก็มีฝนตกหนัก จึงทำให้กันสาดกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของบ้าน โดยกันสาดนั้นมีหลายรูปแบบ แต่ที่ได้รับความนิยมใช้อย่างมากในปัจจุบัน คือกันสาดใส และกันสาดโปร่งแสง ซึ่งหลายคนยังเข้าใจผิด ว่าวัสดุทั้งสองชิ้นนี้เป็นสินค้าแบบเดียวกัน
วันนี้ D-Lite จึงจะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจ และหาข้อแตกต่างของกันสาดใส และกันสาดโปร่งแสง เพื่อให้สามารถเลือกใช้กันได้อย่างถูกจุดประสงค์ หากพร้อมแล้ว ไปดูพร้อม ๆ กันเลย
กันสาดแบบใส VS กันสาดโปร่งแสง แตกต่าง ตั้งแต่การผลิต ?
กันสาดใส ผลิตจากพลาสติก 2 ประเภท ได้แก่ พลาสติกอะคริลิก และพลาสติกโพลีคาร์บอเนต โดยทั้งสองชนิดมีความใสคล้ายกระจก แต่มีน้ำหนักที่เบากว่ากันสาดกระจก ส่วนกันสาดโปร่งแสงผลิตจากไฟเบอร์กลาส ซึ่งมีขั้นตอนการผลิตจากเรซินคุณภาพสูง และเสริมความแข็งแรงด้วยเส้นใยไฟเบอร์กลาส
จุดสังเกต ! ลักษณะเด่น กันสาดใส VS กันสาดโปร่งแสง
- ลักษณะภายนอก
กันสาดใส มีลักษณะใสคล้ายกระจกแต่ไม่สะท้อนภาพ สามารถมองได้ทะลุปุโปร่ง เป็นแผ่นเรียบ ไม่กันแสง ทำให้แสงสามารถส่องเข้ามาได้ตรง ๆ สำหรับกันสาดโปร่งแสง มีทั้งแบบเรียบ และแบบลอนคลื่น ซึ่งแสงธรรมชาติสามารถส่องเข้ามาสู่ตัวบ้านได้โดยที่ไม่ร้อน และเมื่อแสงกระทบกับกันสาด โดยจะทำหน้าที่กระจายแสงอย่างสม่ำเสมอ ทำให้แสงที่ส่องเข้ามามีความเป็นธรรมชาติ
- การใช้งาน
กันสาดใส มักใช้ในการตกแต่งให้เข้ากับสไตล์ของสิ่งก่อสร้าง เพราะหลังคากันสาดที่ใสเหมือนกระจก จะทำให้สถานที่ดูโปร่ง และมีลูกเล่น แต่ทั้งนี้กันสาดใส สามารถกันฝนได้เหมือนกันสาดทั่วไป แต่ที่พิเศษกว่าชนิดอื่นคือ สามารถมองเห็นบรรยากาศภายนอกได้เหมือนกับอยู่ในพื้นที่โล่ง
ส่วนกันสาดโปร่งแสง จะสามารถกันได้ทั้งความร้อน และฝน มักติดตั้งในพื้นที่รอบ ๆ บ้าน เพื่อให้พื้นที่นั้นไม่เฉอะแฉะเวลาฝนตก และสามารถทำกิจกรรมได้โดยไม่ต้องทนร้อน อีกทั้งยังมีแสงธรรมชาติจากกันสาดที่ช่วยให้พื้นที่ไม่มืดเกินไป
เช็กลิสต์ ! สถานที่ที่เหมาะกับ การติดตั้งกันสาดใส และกันสาดโปร่งแสง
สำหรับกันสาดทั้งสองชนิดนี้ มีลักษณะเด่นคล้ายกัน คือ สามารถให้แสงผ่านเข้ามาได้ จึงเหมาะกับการนำไปติดตั้ง เพื่อเพิ่มแสงสว่างให้กับอาคาร โดยไม่ให้มีบรรยากาศอึมครึม หรือมืดทึบเกินไป ทั้งยังสามารถกันลมฝนได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม กันสาดทั้งสองชนิดก็มีการนำไปใช้ประโยชน์ที่แตกต่างกัน เรามาดูกันว่ากันสาดใส และกันสาดโปร่งแสง เหมาะที่จะนำไปติดตั้งในสถานที่ไหนกันบ้าง
- บ้านโมเดิร์น
กันสาดใส เหมาะกับการติดตั้งในพื้นที่ด้านหน้า เพื่อให้เข้ากับสไตล์ของบ้านทรงโมเดิร์น ที่เน้นการตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์ ทำให้บ้านดูทันสมัยสวยงาม ส่วนกันสาดโปร่งแสง ก็สามารถนำมาตกแต่งให้เข้ากับสไตล์บ้านได้ และเป็นที่นิยมสูง
เพราะนอกจากให้แสงที่เป็นธรรมชาติแล้ว ยังป้องกันความร้อน และรังสี UV ได้มากถึง 99% โดยเฉพาะหากจะทำการติดตั้งบริเวณพื้นที่หน้าบ้าน ซึ่งเป็นที่ที่ใช้ทำกิจกรรมอยู่บ่อยครั้ง กันสาดโปร่งแสงจึงตอบโจทย์ได้ดี
- บ้านนอร์ดิก
บ้านทรงนอร์ดิก จะนิยมทำหลังคาสูง และมีมุมให้แสงส่องเข้ามาอย่างเต็มที่โดยไม่มีอะไรมาบดบัง เพื่อเสริมบรรยากาศให้สถานที่มีความสดใส และอบอุ่น ซึ่งเข้ากับแนวคิดหลักของการออกแบบ ที่การดีไซน์ตกแต่งบ้านทั้งภายใน และภายนอกเน้นความเป็นธรรมชาติ โดยสามารถติดตั้งได้ทั้งกันสาดแบบใส และกันสาดโปร่งแสง
แต่สำหรับประเทศไทยที่มีอากาศร้อนตลอดปี การติดตั้งกันสาดโปร่งแสงจะตอบโจทย์ได้ดีมากกว่า เพราะสามารถป้องกันรังสี UV และความร้อนไปพร้อม ๆ กับการกระจายแสงที่ให้ความเป็นธรรมชาติได้อย่างพอดี
- อาคารสไตล์ธรรมชาติ
อาคารสไตล์ใกล้ชิดธรรมชาติ เป็นที่นิยมมากขึ้นในประประเทศไทย และการมีแสงจากธรรมชาติส่องเข้าถึงภายในตัวอาคาร ก็เป็นอีกหนึ่งหลักการของแนวคิดใกล้ชิดธรรมชาติ โดยนิยมติดตั้งกันสาดประเภทให้แสงส่องผ่านในตัวอาคาร เพื่อให้มีพื้นที่โล่ง และแสงสามารถส่องเข้าไปที่ใจกลางได้ นอกจากนี้ กันสาดโปร่งแสงมักใช้ติดตั้งในพื้นที่สาธารณะที่มีความโดดเด่นในการตกแต่ง
เช่น ห้องสมุด คาเฟ่ เป็นต้น ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก จึงต้องคำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้ใช้เป็นหลัก ดังนั้น หากเลือกใช้กันสาดแบบใส อาจจะทำให้เกิดความร้อนเกินไป ดังนั้น การเลือกกันสาดโปร่งแสงมาใช้แทน จะช่วยลดความร้อน และยังคงได้สไตล์การตกแต่งแบบใกล้ชิดธรรมชาติอีกด้วย
- ร้านอาหาร ที่พัก วิวกลางคืน
การพักผ่อนที่ดีอีกอย่างหนึ่ง คือ การชมวิว หรือการอยู่ในสถานที่มองขึ้นไปแล้วสามารถมองเห็นท้องฟ้าในยามค่ำคืนได้ จะช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้น เพราะมีมุมมองที่สวยงาม อีกทั้งในตอนกลางคืนก็ไม่ต้องกังวลเรื่องแสงแดดที่จะมาทำให้เสียบรรยากาศ
สำหรับร้านอาหาร หรือที่พักที่ต้องการให้แขกดื่มด่ำกับบรรยากาศของวิวท้องฟ้า ก็สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะติดตั้งกันสาดแบบใส สำหรับร้าน หรือที่พักที่ต้องการชมวิวในตอนกลางวัน ควรเลือกใช้กันสาดโปร่งแสงที่สามารถป้องกันความร้อนได้ด้วย
- พื้นที่อเนกประสงค์รอบบ้าน
พื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยกังวลเรื่องความเฉอะแฉะเวลาฝนตก และกังวลเรื่องความร้อนเวลาที่ต้องทำกิจกรรมนอกบ้าน เช่น พื้นที่ซักผ้า โรงจอดรถ บริเวณหน้าบ้าน และหลังบ้าน โดยพื้นที่เหล่านี้เหมาะสำหรับการติดตั้งกันสาดโปร่งแสง เพื่อป้องกันฝน ความร้อน และแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งทำให้พื้นที่เหล่านี้ไม่มืดจนเกินไป เพราะยังคงมีแสงสว่างเข้าถึงได้อย่างพอดี
- กันสาดหน้าต่าง
เป็นการติดตั้งที่ใช้พื้นที่ไม่มาก จึงเหมาะกับการนำกันสาดโปร่งแสงมาใช้ เพราะติดตั้งง่าย และประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถดัดโค้งได้ตามโครงสร้างของอาคาร
- เรือนกระจก โรงเรือน
สำหรับโรงเรือนที่ใช้ปลูกพืชต่าง ๆ ควรได้รับแสงแดดที่พอดี ไม่อยู่ในพื้นที่อับชื้น ทึบแสง และไม่อยู่ในพื้นที่ที่มีแสงมากเกินไป เพราะฉะนั้น การติดตั้งกันสาดโปร่งแสง จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการกระจายแสงให้เหล่าพืชพันธุ์อย่างเหมาะสม
อ่านเพิ่มเติม 4 ไอเดียเลือกหลังคาใส ให้เหมาะกับบ้านทุกสไตล์
ข้อจำกัดของกันสาดใส แก้ไขยังไงดี ?
กันสาดใส สามารถนำความร้อนเข้ามาในบ้านได้พร้อม ๆ กับแสงแดด นั่นหมายความว่า พื้นที่ในบ้านที่อยู่ภายใต้กันสาดใส จะร้อนมากในตอนที่มีแดดแรง แต่โดยส่วนมากกันสาดใสจะใช้ได้ดี และเกิดประโยชน์อย่างมากสำหรับสถานที่ที่มีการทำกิจกรรมตอนค่ำคืน และสถานที่ที่เน้นความสวยงาม
อย่างไรก็ตาม หลักการออกแบบที่คำนึงถึงสภาพอากาศในประเทศไทย ผู้คนจึงนิยมติดตั้งกันสาดใสในอาคารเพียงจุดเล็ก ๆ แค่พอให้แสงส่องเท่านั้น แต่สำหรับพื้นที่ที่มีการอยู่อาศัย มักจะนิยมติดตั้งกันสาดโปร่งแสง เพราะช่วยป้องกันความร้อนได้ดี และทนทานต่อทุกสภาพอากาศ
ที่สำคัญคือสามารถป้องกันรังสี UV ได้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากสำหรับพื้นที่อยู่อาศัย และการให้แสงก็เป็นธรรมชาติ ให้บรรยากาศความปลอดโปร่งแจ่มใส ไม่ต่างจากกันสาดใส ดังนั้น กันสาดใส และกันสาดโปร่งแสง จึงมีจุดแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดในเรื่องของการป้องกันความร้อน ซึ่งกันสาดโปร่งแสงสามารถทำหน้าที่ได้ดีกว่า
หากผู้อยู่อาศัยคำนึงถึงการเป็นอยู่ ที่ไม่ต้องกังวลเรื่องแสงแดด ก็สามารถเลือกติดตั้งกันสาดโปร่งแสงแทนได้ บทความนี้คงทำให้ทุกท่านสามารถแยกระหว่างกันสาดใส และกันสาดโปร่งแสงได้ชัดเจนขึ้น สำหรับใครที่สนใจติดตั้งกันสาดโปร่งแสงดีไลท์ไฟเบอร์กลาส ก็สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ Line: @kansaddlite หรือโทร 085-155-6532, 02-312-4949