หลังคา ไม่ได้มีหน้าที่เพียงปกคลุมพื้นที่ภายในบ้านเท่านั้น แต่ยังสามารถต่อเติมออกมาเป็นกันสาด เพื่อช่วยป้องกันแสงแดด และฝนที่อาจสาดเข้ามายังพื้นที่ด้านข้าง หรือบริเวณรอบบ้านได้ การต่อเติมกันสาดสำเร็จรูป จึงได้รับความนิยมอย่างมากในบ้านยุคใหม่ เพราะไม่เพียงช่วยเพิ่มร่มเงา และขยายพื้นที่ใช้งานให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของตัวอาคารให้ดูสวยงามมากขึ้นอีกด้วย
ดังนั้น เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจต่อเติมกันสาด แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับการใช้งาน ในบทความนี้ D-Lite ขอพาไปรีวิวการต่อเติมกันสาดสำเร็จรูป พร้อมแนะนำว่ากันสาดแบบใดตอบโจทย์ได้ดีที่สุด ถ้าพร้อมแล้ว มาดูกันเลย
กันสาดสำเร็จรูป คืออะไร ?
กันสาดสำเร็จรูป คือ กันสาดที่ถูกออกแบบ และผลิตมาเป็นชุดพร้อมติดตั้ง โดยประกอบไปด้วยแผ่นหลังคา โครงกันสาด และอุปกรณ์หรืออะไหล่ที่จำเป็นครบ ทำให้การติดตั้งเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลาออกแบบ หรือสั่งทำใหม่ นอกจากนี้ ยังช่วยควบคุมงบประมาณได้ง่าย ลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการต่อเติมพื้นที่ใช้งานในระยะเวลาเร่งด่วน
เช็กลิสต์วิธีเลือกกันสาดที่ใช่ สำหรับบ้านของคุณ
การเลือกกันสาดสำเร็จรูป ไม่ใช่แค่ดูเรื่องความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน เพื่อให้กันสาดที่ติดตั้งสามารถใช้งานได้จริง คุ้มค่า และเหมาะกับลักษณะบ้านของคุณมากที่สุด โดยสามารถใช้เช็กลิสต์แนวทางในการตัดสินใจ ดังนี้
- ดูงบประมาณ
เริ่มต้นจากการกำหนดงบประมาณให้ชัดเจน เพราะกันสาดแต่ละประเภทมีราคาที่แตกต่างกัน ทั้งในส่วนของวัสดุแผ่นหลังคา วัสดุโครงสร้าง และค่าแรงติดตั้ง การตั้งงบไว้ล่วงหน้า จะช่วยคัดกรองตัวเลือกให้แคบลง และช่วยให้เลือกกันสาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน โดยไม่บานปลายด้านค่าใช้จ่าย
- พื้นที่ในการติดตั้ง
ต่อมาให้สำรวจพื้นที่ที่ต้องการติดตั้งกันสาดอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น ขนาดพื้นที่ ความกว้าง ความยาว หรือระดับความสูง รวมถึงทิศทางแดดและฝน เพราะพื้นที่แต่ละจุดต้องการรูปแบบกันสาดที่แตกต่างกัน เช่น กันสาดหน้าบ้าน กันสาดข้างบ้าน หรือกันสาดหลังบ้าน การเลือกขนาด และรูปทรงให้เหมาะสม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบังแดด บังฝน และใช้งานได้
- สไตล์บ้าน
สไตล์ของบ้าน เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ควรเลือกกันสาดที่มีดีไซน์ วัสดุ และโทนสีสอดคล้องกับภาพรวมของบ้าน เพื่อให้กันสาดดูเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน ช่วยเสริมความสวยงาม และภาพลักษณ์โดยรวม ไม่ดูแปลกหรือขัดตา
สำหรับใครที่กำลังมองหากันสาดดีไซน์โมเดิร์น ขอแนะนำหลังคากันสาดจาก D-Lite ที่ออกแบบมาในสไตล์เรียบหรู เข้ากับบ้านสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ตัวบ้านดูทันสมัย นอกจากนี้ ยังมาพร้อมคุณสมบัติที่ตอบโจทย์การใช้งานในระยะยาว ทั้งความแข็งแรง ทนทานต่อสภาพอากาศ และการดูแลรักษาที่ง่าย รองรับการใช้งานยาวนานสูงสุดถึง 15 ปี (วัสดุไฟเบอร์กลาส) และ 10 ปี (วัสดุโพลีคาร์บอเนต)
เจาะลึกรีวิวกันสาดสำเร็จรูป แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร ?
โดยหลักแล้วกันสาดสำเร็จรูป จะประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ วัสดุแผ่นหลังคากันสาด และวัสดุโครงกันสาด ซึ่งขอเจาะลึกรีวิว เพื่อช่วยให้เลือกใช้งานได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด ดังนี้
- วัสดุแผ่นกันสาด
การเลือกวัสดุแผ่นกันสาด ควรพิจารณาจากลักษณะพื้นที่ใช้งาน ปริมาณแสงที่ต้องการ และความทนทาน ซึ่งวัสดุแต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ดังนี้
- กันสาดไฟเบอร์กลาส
ไฟเบอร์กลาส มีจุดเด่น คือ มีให้เลือกทั้งแบบโปร่งแสง และทึบแสง จึงสามารถปรับการใช้งาน ให้เหมาะกับพื้นที่ได้ตามต้องการ ช่วยกระจายแสงอย่างเหมาะสม ไม่แสบตา ทั้งยังสามารถป้องกันรังสี UV ได้ดี นอกจากนี้ มีตัวเลือกสีแผ่นหลังคาจำนวนมาก ตอบโจทย์บ้านได้หลากหลายสไตล์
- กันสาดโพลีคาร์บอเนต
โพลีคาร์บอเนต เป็นแผ่นหลังคาโปร่งแสงที่มีผิวมันวาวคล้ายกระจก ช่วยให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้าสู่พื้นที่ได้ดี โดยระดับความสว่างจะขึ้นอยู่กับสีของแผ่น และผู้ผลิต แม้จะมีความใสเหมือนกระจก แต่มีความแข็งแรง และทนแรงกระแทกได้มากกว่า อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องทุ่นแรงจำนวนมาก
- กันสาดเมทัลชีท
เมทัลชีท เป็นวัสดุแผ่นกันสาดที่เน้นความแข็งแรง และทนทาน โดยสามารถสะท้อนความร้อนได้ดี หากเลือกใช้รุ่นที่มีฉนวนกันความร้อน อย่างไรก็ตาม เมทัลชีทจะไม่โปร่งแสง และอาจมีเสียงดังเมื่อฝนตก จึงควรพิจารณาควบคู่กับลักษณะการใช้งาน และตำแหน่งติดตั้ง
- กันสาดไวนิล
ไวนิล เป็นหลังคาทึบแสงที่มีน้ำหนักเบา แต่แข็งแรงทนทาน โดยวัสดุไวนิลมีคุณสมบัติทนต่อการผุกร่อน และความชื้นได้ดี ไม่บวมน้ำ หรือเป็นสนิม ช่วยยืดอายุการใช้งานในระยะยาว นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนได้ ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนจากภายนอก ไม่ให้ผ่านลงมายังบริเวณใต้ชายคา
- วัสดุโครงกันสาด
การติดตั้งกันสาดสำเร็จรูป ไม่ได้พิจารณาแค่แผ่นหลังคาเพียงอย่างเดียว แต่โครงกันสาด ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อความแข็งแรง อายุการใช้งาน และความปลอดภัยในระยะยาว ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้
- เหล็ก
เริ่มกันที่เหล็ก เป็นวัสดุโครงกันสาดที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากมีความแข็งแรงมาก สามารถรองรับน้ำหนักของแผ่นหลังคาได้ดี เหมาะกับกันสาดที่มีขนาดใหญ่ หรือพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศรุนแรง เช่น ฝนตกหนัก หรือมีลมแรง อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวังคือเรื่องของสนิม หากเลือกใช้เหล็กที่ไม่ได้ผ่านการชุบกัลวาไนซ์ หรือทาสีกันสนิมอย่างเหมาะสม อาจทำให้โครงเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร และส่งผลต่อโครงสร้างโดยรวมในระยะยาว
- อะลูมิเนียม
ถัดมากับวัสดุโครงกันสาดอะลูมิเนียม มีจุดเด่นในเรื่องน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย และไม่เป็นภาระต่อโครงสร้างบ้าน จึงเหมาะกับบ้านพักอาศัย หรือพื้นที่ที่ไม่ต้องการรับน้ำหนักมาก แม้ความแข็งแรงจะไม่เทียบเท่าเหล็ก แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป อีกทั้งยังไม่เป็นสนิม ทำให้ดูแลรักษาง่าย นอกจากนี้ อะลูมิเนียมยังมีข้อจำกัดสำคัญ คือเรื่องการเชื่อมต่อ และการรับแรงกระแทก ซึ่งอาจไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีลมแรงมากเป็นพิเศษ
- สเตนเลส
สำหรับสเตนเลส เป็นวัสดุที่โดดเด่นด้านความทนทานสูง ไม่เป็นสนิม และทนต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรงได้ดี ไม่ว่าจะเป็น ความชื้น สารเคมี หรือกรดบางชนิด จึงเหมาะกับพื้นที่กลางแจ้งที่ต้องการความแข็งแรง และความสวยงามในระยะยาว อย่างไรก็ตาม สเตนเลสมีน้ำหนักมาก และราคาสูงกว่าวัสดุประเภทอื่น ทำให้ต้นทุนการติดตั้งสูงขึ้น และอาจไม่เหมาะกับการควบคุมงบประมาณ
- พลาสติก
สุดท้ายโครงกันสาดสำเร็จรูปที่ทำจากพลาสติก หรือวัสดุสังเคราะห์ มักใช้กับกันสาดขนาดเล็ก หรือชั่วคราว มีจุดเด่นด้านน้ำหนักเบา และราคาประหยัด แต่ข้อจำกัดคือความแข็งแรงต่ำกว่าวัสดุอื่น ไม่เหมาะกับการใช้งานระยะยาว จึงควรเลือกใช้อย่างเหมาะสมกับลักษณะงาน
ใครที่กำลังมองหากันสาดสำหรับติดตั้งกับบ้านของคุณ ลองเลือกแบบที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งาน และดีไซน์ได้จาก D-Lite ซึ่งมีให้เลือกมากถึง 5 รุ่น ครอบคลุมทุกสไตล์การอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็น บ้านโมเดิร์น บ้านร่วมสมัย หรือบ้านสไตล์เรียบง่าย นอกจากนี้ แต่ละรุ่นยังมี สีสันให้เลือกหลากหลาย สามารถปรับให้เข้ากับโทนบ้าน และพื้นที่รอบบ้านได้อย่างลงตัว หากสนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line: @kansaddlite หรือโทร 085-155-6532, 02-312-4300

