ในปัจจุบันธุรกิจเกี่ยวกับกาแฟในประเทศไทย ได้เติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งสังเกตได้จากจำนวนของร้านกาแฟ หรือที่ผู้คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า คาเฟ่ (Café) โดยธุรกิจนี้ขยายวงกว้างไปทุกภูมิภาคในประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ติดริมทะเล อยู่หัวมุมกลางเมือง ริมถนน ดาดฟ้า หรืออยู่กลางหุบเขา เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม คาเฟ่กลางหุบเขากำลังได้ความนิยม เนื่องจาก ประเทศไทยเป็นประเทศเขตร้อน การได้นั่งดื่มกาแฟท่ามกลางธรรมชาติ จะช่วยให้รู้สึกร่มรื่น และรู้สึกปลอดโปร่ง โดยปัจจัยสภาพแวดล้อม เป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ช่วยดึงดูดให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกใช้บริการ
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ไม่ควรมองข้ามหลายอย่าง ซึ่งทำให้คาเฟ่โดดเด่นกว่าคู่แข่ง ดังนั้น ในบทความนี้ D-Lite ขอแชร์เทคนิคเลือกกันสาดคาเฟ่ ให้สวย และดูโมเดิร์น ถ้าพร้อมกันแล้ว ตามไปดูกันเลย
สำรวจสไตล์กันสาดคาเฟ่ เหมาะกับคอนเซปต์ธรรมชาติในป่าใหญ่
การเลือกสไตล์คาเฟ่ เสมือนการบ่งบอกรสนิยมของเจ้าของกิจการได้เป็นอย่างดี ซึ่งเทรนด์คาเฟ่ที่กำลังได้รับความนิยม คือ คาเฟ่ในสไตล์ธรรมชาติ เป็นสไตล์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบต้นไม้ หรือความเป็นธรรมชาติในป่าใหญ่ โดยสไตล์คาเฟ่ที่มีการผสมผสานระหว่างธรรมชาติกับโครงสร้างได้อย่างลงตัว มีดังนี้
- สไตล์ลอฟท์
เสน่ห์ของคาเฟ่สไตล์ลอฟท์ (Loft Style) คือ การโชว์ความเป็นธรรมชาติของโครงสร้างภายในร้าน ไม่ว่าจะเป็น ผนังเปลือย หรือโครงเสา และคานที่จงใจทำให้เหมือนยังสร้างไม่เสร็จ รวมไปถึงการเลือกวัสดุที่ใช้สำหรับตกแต่ง เช่น ไม้ อิฐ เหล็ก และคอนกรีตที่ช่วยเพิ่มมิติการตกแต่งในสไตล์นี้
ทั้งนี้ หากต้องการเปลี่ยนบรรยากาศภายในคาเฟ่ที่ดูแข็งทื่อ จากเฟอร์นิเจอร์วัสดุสังเคราะห์ ให้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น อาจเปลี่ยนจากผนังปูนเปลือยเป็นงานไม้แทน รวมไปถึงการนำต้นไม้มาเพิ่มในพื้นที่ของร้าน โดยเน้นพรรณไม้ที่มีแต่ใบไม่มีดอก ถือเป็นการผสมผสานความเป็นธรรมชาติให้เข้ากับคาเฟ่สไตล์ลอฟท์อย่างลงตัว
- สไตล์โมเดิร์น
อีกหนึ่งสไตล์ให้ความรู้สึกธรรมชาติ คือ คาเฟ่สไตล์โมเดิร์น (Modern Style) เป็นสไตล์ที่เน้นความเรียบง่าย และให้ความสำคัญกับการจัดวางเป็นหลัก มักจัดสิ่งของต่าง ๆ ให้เหลือพื้นที่กว้าง เช่น การจัดมุมที่นั่งติดผนัง หรือการตัดทอนสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกไป
สำหรับคาเฟ่สไตล์โมเดิร์น การจัดวางมุมที่นั่งติดผนังที่เป็นกระจก อาจทำให้ลูกค้าที่เข้าใช้บริการรู้สึกร้อน แม้กระจกนั้นจะติดตั้งฟิล์มกรองแสงก็ตาม ดังนั้น การนำกันสาดโปร่งมาติดตั้งเพิ่มเติมจึงเป็นตัวเลือกที่ดี ซึ่งนอกจากช่วยลดปริมาณแสงที่ส่องเข้าภายในแล้ว ยังช่วยให้ลูกค้าเห็นทิวทัศน์ได้เช่นเดิม เหมือนก่อนติดตั้งกันสาดคาเฟ่
- สไตล์สแกนดิเนเวีย
การตกแต่งคาเฟ่ในสไตล์สแกนดิเนเวีย (Scandinavian Style) หรือสไตล์นอร์ดิก (Nordic Style) เป็นสไตล์ที่เน้นการตกแต่งด้วยธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยนิยมใช้เฟอร์นิเจอร์ หรือสิ่งของต่าง ๆ ที่ทำมาจากวัสดุไม้เป็นหลัก อีกทั้งนิยมใช้กระจกใสแทนผนังทึบ เพื่อให้สัมผัสถึงธรรมชาติภายนอกได้อย่างชัดเจน จึงเป็นอีกหนึ่งสไตล์ร้านกาแฟตรงกับคอนเซปต์ธรรมชาติในป่าใหญ่
- สไตล์ทรอปิคอล
สำหรับสไตล์การตกแต่งสไตล์ทรอปิคอล (Tropical Style) ถือเป็นการตกแต่งคาเฟ่ที่เหมาะสมกับประเทศในสภาพอากาศร้อนชื้น โดยภายในร้านจะตกแต่งให้มีช่องระบายอากาศเป็นจำนวนมาก เพื่อบรรยากาศดูสดชื่น และโปร่งโล่ง ซึ่งอีกลักษณะเด่นที่สำคัญ คือ การทำชายหลังคายาว คล้ายกับกันสาด เพื่อป้องกันแสงแดด เม็ดฝน และแรงลม
นอกจากนี้ การตกแต่งภายในร้านคาเฟ่ ยังมีการตกแต่งด้วยระแนงไม้ หรือเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ที่ทำจากไม้ทั้งหมด คล้ายกับสไตล์สแกนดิเนเวีย อีกทั้งการเลือกใช้วัสดุ และพื้นผิวของผนังให้มีลวดลายธรรมชาติ ก็มีส่วนช่วยให้คาเฟ่มีบรรยากาศเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
- สไตล์วินเทจ
คาเฟ่สไตล์วินเทจ (Vintage Style) ถือเป็นสไตล์ย้อนยุค โดยนำของตกแต่งที่มีอายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไป มาใช้ประดับภายในคาเฟ ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องเล่นแผ่นเสียง และเคาน์เตอร์บาร์ เป็นต้น เพื่อสร้างบรรยากาศให้ดูคลาสสิก ซึ่งจะสร้างบรรยากาศให้ดูอบอุ่น เหมาะกับการมาพักผ่อน นอกจากนี้ อาจนำดอกไม้ที่มีสีสันสด มาช่วยเพิ่มบรรยากาศให้ภายในร้านดูไม่มืดหม่นไปกับอดีตจนเกินไป
อ่านเพิ่มเติม ไอเดียต่อเติมพื้นที่ใช้สอย สไตล์มินิมอล ด้วบยกันสาดโปร่งแสง
แชร์เทคนิคเลือกกันสาดคาเฟ่ กลางหุบเขา
หากต้องการเปิดร้านคาเฟ่ให้ลูกค้าสนใจ นอกจากรสชาติของกาแฟ และอาหารจะต้องถูกปากลูกค้าแล้ว การสร้างบรรยากาศก็ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย โดยเฉพาะคาเฟ่กลางหุบเขาท่ามกลางธรรมชาติสีเขียวที่ร่มรื่น ควรมีการจัดพื้นที่ Outdoor และ Indoor ให้สอดคล้องกับบรรยากาศโดยรอบ
สำหรับในพื้นที่ Outdoor แนะนำว่าควรติดตั้งกันสาดคาเฟ่ เพื่อเตรียมรับมือกับสภาพอากาศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ฤดูร้อน ฤดูฝน หรือฤดูหนาว เพื่อให้ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินไปกับวิวธรรมชาติสีเขียวภายนอก โดยวิธีเลือกกันสาดค่าเฟ่ มีดังนี้
- เลือกจากวัสดุ
วัสดุที่นำมาทำกันสาดคาเฟ่อาจดูจากวัตถุประสงค์ของการใช้งาน โดยคำนึงจากพื้นโดยรอบของคาเฟ่ทึบแสง หรือโปร่งแสง หลังจากนั้นเลือกชนิดของวัสดุที่ทำกันสาดให้เหมาะสมกับคาเฟ่ของคุณ โดยวัสดุกันสาดทึบแสงที่มีเลือกได้แก่ กันสาดเมทัลชีท และกันสาดไวนิล ในส่วนกันสาดโปร่งแสง ได้แก่ กันสาดโพลีคาร์บอเนต และกันสาดไฟเบอร์กลาส
- โทนสีที่เหมาะสมกับคาเฟ่
การเลือกโทนสี เป็นอีกหนึ่งข้อสำคัญของการออกแบบร้านกาแฟให้เข้ากับบรรยากาศโดยรอบ โดยเฉพาะภูมิภาคแบบภูเขา จำเป็นต้องเลือกโทนสีที่กลมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อม และไม่โดดเด่นจนเกินไป
ทั้งนี้ หากต้องการสร้างบรรยากาศที่ดูอบอุ่นให้กับลูกค้า และช่วยให้คาเฟ่กลมกลืนไปกับธรรมชาติโดยรอบอย่างลงตัว ขอแนะนำกันสาดดีไลท์ ลอนฟูจิ เป็นกันสาดโปร่งแสง จากวัสดุไฟเบอร์กลาส มีสีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีขาว และสีเทาโมเดิร์น
หรือใครที่กำลังมองหาแผ่นหลังคา ที่มีสีให้เลือกมากมายเช่นเดียวกับกันสาดโพลีคาร์บอเนต ก็ขอแนะนำกันสาดดีไลท์ ลอนคลื่น มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ได้แก่ สีเขียวมรกต สีฟ้าทะเล สีขาวเมฆ สีชา สีเขียวหยก สีเทาอัลลอยด์ และสีเทาดำ
- ดูจากค่าความทึบแสง
กันสาดในแต่ละรุ่น ไม่ว่าจะโปร่งแสง หรือทึบแสง จะให้ค่าแสงส่องผ่านได้ต่างกัน โดยกันสาดรุ่นทึบแสงมีแสงส่องผ่านได้ 0 % ส่วนกันสาดรุ่นโปร่งแสงมีให้เลือกปริมาณที่แสงสามารถส่องผ่านได้ ตามสีของแผ่นหลังคา อย่างเช่น กันสาดดีไลท์ ลอนเรียบ มีสีมาตรฐาน ได้แก่
- สีขาวไอซ์ มีค่าแสงผ่าน 60 %
- สีฟ้าคราม มีค่าแสงผ่าน 54 %
- สีเทาโมเดิร์น มีค่าแสงผ่าน 25 %
เพราะฉะนั้น หากต้องการเลือกสีของแผ่นหลังคาที่เหมาะสมกับคาเฟ่แล้ว ควรพิจารณาจากค่าแสงส่องผ่านประกอบ เพื่อให้เลือกกันสาดที่ลงตัวกับคาเฟ่กลางหุบเขาลงตัวที่สุด
เป็นอย่างไรกันบ้างกับเคล็ดลับการเลือกกันสาด ให้เหมาะกับคาเฟ่กลางหุบเขา ที่ทาง D-Lite ได้นำมาฝากในวันนี้ หากผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจร้านคาเฟ่ ต้องการกันสาดเพื่อต่อเติมร้านกาแฟให้โดดเด่น ก็ขอแนะนำกันสาดจาก D-Lite ที่มีมาตรฐานจากประเทศออสเตรเลีย หากต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ Line: @kansaddlite หรือโทร 085-155-6532, 02-312-4949