การสร้างบ้านหลาย ๆ หลังไว้ในพื้นที่เดียวกัน ถือเป็นหนึ่งในไอเดียที่หลายครอบครัวชื่นชอบ เพราะให้ความเป็นส่วนตัวกับแต่ละครัวเรือน ซึ่งแปลนบ้านในลักษณะนี้ จะมีการสร้างทางเชื่อมต่ออาคาร เพื่อให้ไปมาหาสู่กันได้ง่าย โดยหลักการออกแบบบ้านสมัยใหม่ มักจะมีการใช้กันสาดใส หรือหลังคาใส เข้ามาเพิ่มความโปร่งโล่ง ทั้งยังช่วยให้ทางเดินแคบ ๆ ดูกว้างขวางขึ้น
อย่างไรก็ตาม การสร้างทางเชื่อมต่ออาคารของบ้านแต่ละหลัง ต้องมีการดีไซน์ฟังก์ชันภายในบ้านให้ดี เพื่อให้ภาพรวมของบ้านออกมาสวยงาม และเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย ในบทความนี้ D-Lite ได้รวบรวมไอเดียการใช้กันสาด ในการต่อเติมพื้นที่ทางเชื่อม เสกบรรยากาศให้ดูโปร่ง และไม่ร้อนจนเกินไป แม้จะใช้หลังคาใสก็ตาม
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

มัดรวม ไอเดียใช้กันสาดใส เชื่อมต่อบ้านหลายหลังไว้ด้วยกัน
สำหรับบ้านที่สร้างอยู่ในพื้นที่เดียวกันหลายหลัง การทำทางเชื่อมระหว่างบ้าน ช่วยให้สมาชิกในครอบครัวเดินไปมาหากันได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงแดดแรงหรือฝนตก
ซึ่งกันสาดแบบใส สามารถนำมาใช้คลุมพื้นที่ทางเดิน โดยที่ยังเปิดรับแสงธรรมชาติ ทำให้บริเวณทางเชื่อมดูโปร่ง ไม่มืดทึบ โดยสามารถประยุกต์ใช้เข้ากับพื้นที่รอบบ้านได้หลายรูปแบบ ดังนี้
- ดีไซน์ทางเชื่อมบ้านให้ชัดเจน
หากวางแผนจะสร้างทางเชื่อมระหว่างบ้าน ควรดีไซน์แปลนบ้านให้ชัดเจน ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบแปลน หรือเลือกแบบบ้าน เพื่อให้การเจาะผนังและสร้างทางเชื่อมทำได้ง่าย รวมถึงไม่ทำลายความเป็นส่วนตัวของแต่ละครัวเรือน
นอกจากนี้ การออกแบบทางเชื่อมให้เห็นเป็นแนวเดียวกัน จะช่วยจัดสรรพื้นที่ระหว่างอาคารให้ดูเป็นสัดส่วน พร้อมกับเลือกโครงสร้าง สี และรูปแบบของกันสาด ให้สอดคล้องกับสไตล์ของตัวบ้าน เพื่อให้กันสาด และทางเชื่อมกลายเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบ ที่ช่วยให้บ้านหลายหลังกลมกลืน และดูเป็นพื้นที่เดียวกันมากขึ้น
- กรุกันสาดใสตลอดทางเดิน
การกรุกันสาดแบบใส ให้ครอบคลุมตลอดแนวทางเดิน ทำให้ทางเดินดูสว่าง และไม่มืดทึบ ทั้งยังช่วยเปลี่ยนพื้นที่กลางแจ้ง ให้กลายเป็นทางเชื่อมที่ใช้งานได้สะดวกในทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็น ช่วงแดดจัด ลมแรง และฝนตก หรือแม้แต่ในช่วงที่มีฝุ่น PM2.5
- เลือกเจาะช่องแสงเฉพาะจุด
สำหรับใครที่กลัวว่า พื้นที่ทางเชื่อมจะสะสมความร้อนมากเกินไป หรือเปิดโล่งจนไม่มีความเป็นส่วนตัว แนะนำให้ใช้หลังคาใส มาเจาะเป็นช่องแสง Skylight แทน เพื่อให้แสงธรรมชาติเข้ามาในปริมาณที่พอดี และลดความทึบของโครงสร้างหลังคา
- ใช้กันสาดแทนผนัง บริเวณทางเดินผ่านสวน
หากทางเชื่อมระหว่างบ้านต้องเดินผ่านสวนหย่อม หรือ Courtyard กลางบ้าน แนะนำให้ใช้หลังคาใสแทนการก่อผนังทึบ เพื่อสร้างพื้นที่แบบ Semi-Outdoor ให้เห็นพื้นที่สีเขียวโดยรอบ ทำให้ทางเชื่อมระหว่างบ้านดูกลมกลืนกับสวนมากขึ้น
- เพิ่มพื้นที่สีเขียวตลอดทางเดิน
อีกหนึ่งไอเดียที่น่าสนใจ คือ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวบริเวณทางเชื่อม เช่น จัดวางไม้กระถาง หรือจัดสวนแนวยาวไปตามทางเดิน เพราะความโปร่งใสของกันสาด ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติ เข้ามาในปริมาณที่พอเหมาะ ทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดี
ทั้งนี้ ควรเลือกเป็นต้นไม้ฟอกอากาศ เพื่อดูดซับสารพิษ ดักจับฝุ่นละออง และเพิ่มออกซิเจนในบ้าน ทำให้หายใจได้สบาย และรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่เดินผ่าน
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญในการสร้างทางเชื่อมต่อระหว่างบ้าน ให้ใช้งานได้จริง โดยที่ผู้ใช้งานไม่รู้สึกร้อนจนแสบผิว และแสบเท้าทุกครั้งที่เดินผ่าน คือ การเลือกหลังคาใสที่มีคุณสมบัติในการป้องกันรังสี UV แสงแดด และมลภาวะต่าง ๆ ได้จริง
ซึ่ง D-Lite มีกันสาดโปร่งแสง PolySky กันสาดโพลีคาร์บอเนตคุณภาพสูง พร้อมระบบการติดตั้งแบบ Standing Seam ที่ไม่ต้องเจาะสกรูบนแผ่น ช่วยให้แผ่นขยายตัวได้ตามอุณหภูมิ ลดปัญหารั่วซึม และช่วยให้ภาพรวมของทางเชื่อมดูสวยงาม ตรงกับคอนเซปต์ของบ้านสมัยใหม่ยิ่งขึ้น

แชร์หลักการออกแบบบ้าน ให้รองรับ Multi-generation Living
การอยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่ ในบ้าน 2-3 หลัง จำเป็นต้องสร้างบ้านที่รองรับความต้องการที่หลากหลาย ทั้งพื้นที่ ความเป็นส่วนตัว ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย ดังนั้น ไอเดียสร้างบ้านแบบ Multi-generation Living จะต้องคำนึงถึงการใช้งาน และการวางผัง โดยมีหลักการสำคัญ ดังต่อไปนี้
- วางจำนวนห้องให้ชัดเจน
บ้านแต่ละหลังมีความต้องการที่แตกต่างกัน ดังนั้น ลองวางแปลนบ้านคร่าว ๆ โดยเฉพาะห้องนอน และห้องน้ำ เพื่อให้เอื้อต่อการอยู่อาศัยในแต่ละวัน พร้อมกับกำหนดฟังก์ชันเฉพาะที่ควรมีในบ้าน เช่น ห้องพระ ห้องทำงาน ห้องออกกำลังกาย และห้องอเนกประสงค์ เพื่อตอบโจทย์สมาชิกในครอบครัวทุกคน
- ออกแบบให้รองรับผู้สูงวัย
หากต้องการสร้างบ้านสำหรับอยู่อาศัยไปอีก 10-20 ปี หรือมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วย แนะนำให้ติดตั้งราวจับตามพื้นที่ต่าง ๆ ปูพื้นกันลื่น และลดการสร้างทางต่างระดับ เพื่อให้ทุกพื้นที่ในบ้านปลอดภัย และลดการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
นอกจากนี้ อาจนำแผ่นกันสาดใส มากรุเป็นช่องแสง Skylight บริเวณห้องรับแขก หรือพื้นที่ที่สมาชิกส่วนใหญ่มารวมตัวกัน เพราะแสงสว่าง จะช่วยให้ผู้สูงอายุไม่รู้สึกอึดอัด เมื่อต้องอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเป็นเวลานาน
- พื้นที่กิจกรรมสำหรับคนทุกวัย
อีกหนึ่งฟังก์ชันที่ควรมีในบ้านสำหรับครอบครัว คือ พื้นที่อเนกประสงค์ไว้ทำกิจกรรม หรือ Co-Working Space ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกทุกวัย ใช้เวลาร่วมกันได้อย่างมีความสุข
ทั้งนี้ หากต้องการใช้พื้นที่นอกบ้านให้เป็นมุมพักผ่อน หรือใช้งานแบบอเนกประสงค์ ลองติดตั้งกันสาดบริเวณระเบียงบ้าน หน้าต่าง หรือบริเวณที่แสงแดดส่องเข้ามาโดยตรง เพื่อให้ทุกพื้นที่ในบ้านใช้งานได้เต็มที่
- สร้าง Courtyard เพิ่มความปลอดโปร่ง
สำหรับบ้านหลายหลังที่สร้างอยู่ในบริเวณเดียวกัน สามารถเว้นพื้นที่ตรงกลางให้เป็น Courtyard หรือสวนกลางบ้าน แล้วออกแบบทางเดินรอบพื้นที่ให้เชื่อมต่อถึงกัน เพื่อให้สมาชิกในบ้านเดินไปมาหาสู่ได้สะดวก พร้อมกับรับแสงธรรมชาติ และมองเห็นพื้นที่สีเขียวได้อย่างเต็มที่
- พื้นที่จอดรถหลายคัน
สำหรับครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกอาศัยอยู่ร่วมกันหลายคน การคำนวณพื้นที่จอดรถ ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบบ้าน จะช่วยให้จัดสรรพื้นที่ได้เหมาะสมกับจำนวนรถ และการใช้งานจริง โดยอาจออกแบบช่องจอดให้รถแต่ละคันสามารถเข้า-ออกได้สะดวก รวมถึงเว้นพื้นที่สำหรับเปิดประตูรถ ขนสัมภาระ และเดินสัญจรโดยรอบให้เพียงพอ
หากต้องการคุมโทนบ้านให้กลมกลืนกันทั้งหลัง อาจติดตั้งกันสาดใส บริเวณโซนจอดรถ เพื่อให้ Mood & Tone ของบ้านดูกลมกลืนกัน โดยที่ตัวรถยนต์ และยางรถไม่เสียหาย จากการถูกแสงแดดส่องลงมาโดยตรง
สรุป ทำไมกันสาดใส ถึงเหมาะกับการใช้งานบริเวณทางเชื่อมอาคาร
การวางผังทางเดิน และพื้นที่ส่วนกลางให้เชื่อมถึงกัน มีส่วนช่วยให้สมาชิกในบ้านใช้ชีวิตร่วมกันได้สะดวกมากขึ้น โดยสามารถนำกันสาดใส มาประยุกต์ใช้กับบริเวณทางเชื่อมอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติ และลดความทึบของพื้นที่ พร้อมออกแบบฟังก์ชันอื่น ๆ อย่าง Courtyard พื้นที่ทำกิจกรรม และที่จอดรถ เพื่อให้บ้านแบบ Multi-generation Living มีทั้งความเป็นส่วนตัว และใช้งานได้จริงในทุกสถานการณ์
สำหรับใครที่กำลังมองหาหลังคาใส มาต่อเติมพื้นที่รอบบ้าน D-Lite มีกันสาดโปร่งแสง PolySky กันสาดที่มีน้ำหนักเบา ทั้งยังมีการเคลือบป้องกันรังสี UV ทั้งสองด้าน ทำให้สมาชิกในบ้านสามารถใช้ชีวิตในช่วงกลางวันได้สบาย ไม่ต้องห่วงว่าจะร้อน หรือแสบผิวอีกต่อไป หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่ Line: @kansaddlite หรือโทร 085-155-6532, 02-312-4300

