คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บ้านเปรียบเสมือนพื้นที่เรียนรู้แห่งแรกของลูกน้อย เพื่อเสริมพัฒนาการของลูกให้พร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น การมองเห็น การฟังเสียง วิธีหยิบจับสิ่งของ พัฒนาการด้านจินตนาการ การเดิน การวาดเขียน และการสื่อสาร ก่อนที่จะเข้าไปเจอสังคมใหม่ในโรงเรียน
ดังนั้น การเตรียมพื้นที่ให้เหมาะสม ด้วยการจัดห้องเรียนในห้องอเนกประสงค์ของบ้าน พร้อมกับติดตั้งกันสาดโปร่งแสง ให้แสงธรรมชาติสอดส่องเข้ามา เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก ให้สัมพันธ์กับการเจริญเติบโตของร่างกาย ทั้งยังช่วยเสริมให้ลูกน้อยรู้สึกสนุกกับการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่
สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ที่กำลังวางแผนเนรมิตพื้นที่โล่งในบ้าน ให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ขนาดย่อมของลูก ในบทความนี้ D-Lite จะมาแชร์หลักการออกแบบห้องเรียน ให้เข้ากับพัฒนาการของเด็ก พร้อมกับแนะนำข้อดีของการใช้กันสาดโปร่งแสง มาติดตั้งพื้นที่เสริมสร้างพัฒนาการ หากพร้อมแล้ว เราไปดูกัน
เปิดตำราตกแต่งห้องเรียนในบ้าน เพิ่มประสิทธิภาพให้ลูกน้อย
การตกแต่งห้องเรียนให้กับลูกน้อย ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายของพ่อแม่อยู่ไม่น้อย เพราะห้องที่ถูกตกแต่งออกมา จะต้องสอดคล้องกับความชื่นชอบของลูก ในขณะเดียวกันก็ต้องเสริมพัฒนาการของเด็กได้เป็นอย่างดี เพื่อให้ลูกน้อยได้ใช้เวลาเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยความสนุก และปลอดภัย ซึ่งผู้ปกครองสามารถออกแบบห้องเรียนให้ลูกได้ง่าย ๆ ตามเคล็ดลับดังต่อไปนี้
- เน้นความเรียบง่ายเป็นหลัก
ห้องเรียนที่เสริมพัฒนาการของเด็กเล็ก ควรเป็นห้องที่ตกแต่งในสไตล์มินิมอล และใช้โทนสีเรียบ ๆ สบายตา รวมถึงไม่จำเป็นต้องตกแต่งด้วยพร็อป หรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีลวดลายเยอะจนเกินไป เพื่อมอบพื้นที่สำหรับสร้างสรรค์จินตนาการ เล่นสนุก และเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ตรรกะได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ถูกตีกรอบจากสิ่งรอบตัวที่เห็นผ่านห้องเรียน
- แสงสว่างเพียงพอ อากาศถ่ายเทสะดวก
การเลี้ยงลูกให้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และได้ทำกิจกรรมกลางแจ้ง จะช่วยกระตุ้นให้สมองปลอดโปร่ง และเสริมพัฒนาการด้านการวิเคราะห์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังส่งผลให้เด็กมีร่างกายแข็งแรง ห่างไกลโรคหัวใจ สุขภาพจิตดี และยิ้มแย้มแจ่มใสได้ตลอดทั้งวัน
อย่างไรก็ตาม หากผู้ปกครองกังวลว่า การปล่อยให้ลูกอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และเจอแสงแดดในช่วงกลางวัน อาจส่งผลเสียต่อลูก แนะนำให้ติดตั้งกันสาดโปร่งแสงที่มีความแข็งแรง ทนทาน และป้องกันรังสี UV ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ลูกรู้สึกอยู่ใกล้ธรรมชาติอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังช่วยให้ภาพรวมของห้องดูปลอดโปร่ง และไม่อึดอัดอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติม แนะนำ 9 จุดติดตั้งหลังคาใส เพิ่มแสงสว่างให้กับบ้าน
- จับคู่สีให้ถูกต้อง
สี เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลต่ออารมณ์ และพฤติกรรมของเด็ก ดังนั้น ควรทาสีห้องด้วยสีน้ำตาล หรือสีเบจ เพื่อให้เด็กเกิดความรู้สึกผ่อนคลาย และกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการจินตนาการ เกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าการทาสีโทนสดใส
สำหรับสีที่เหมาะกับการนำมาตกแต่ง หรือซื้อของเล่นเสริมพัฒนาการ ได้แก่ สีชมพู สีฟ้า และสีเขียว โดยทั้ง 3 สี จะเป็นสีที่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ สร้างความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และสดชื่นเหมือนกับอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ทั้งยังลดความก้าวร้าว ในเด็กที่โมโหง่ายได้อีกด้วย
- จัดเก็บของเป็นสัดส่วน
เพราะวัยเด็กเป็นช่วงวัยที่มีข้าวของเครื่องใช้นับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ของเล่น หนังสือ ตุ๊กตา และแผ่นซีดี สำหรับเสริมพัฒนาการ ดังนั้น ภายในห้องเรียนของลูกน้อย ควรมีชั้นเก็บของไว้สำหรับจัดเก็บของที่มีอยู่ และของใช้ในอนาคตที่เพิ่มขึ้นตามวัย รวมถึงจัดเก็บของให้เป็นสัดส่วน เพื่อการหยิบใช้งานที่ง่าย และฝึกระเบียบให้กับลูกในคราวเดียวกัน
- วัสดุปูพื้นปลอดภัย นุ่มสบายเท้า
อีกหนึ่งสิ่งที่ผู้ปกครองควรคำนึงให้ดี คือ วัสดุปูพื้นห้อง โดยแนะนำให้เลือกเป็นพื้นที่มีรอยต่อน้อย เรียบเนียน และทนทาน เช่น พื้นกระเบื้องเซรามิก พื้นกระเบื้องยาง พื้นหินขัด และพื้นลามิเนต เป็นต้น พร้อมกับปูพรม หรือพื้นโฟมนิ่มในบางส่วน เพื่อป้องกันความเย็นจากผิวพื้น และป้องกันการล้มกระแทก
ทั้งนี้ หากผู้ปกครอง ที่กำลังมองหาวัสดุต่อเติมบ้าน เพื่อตกแต่งห้องเรียนของลูกให้อยู่ในรูปแบบ Semi outdoor และเพิ่มกลิ่นอายความโมเดิร์นให้กับบ้าน อย่าลืมนึกถึง D-Lite เพราะเรามีกันสาดโปร่งแสงให้เลือกหลายรูปแบบ เข้ากับการตกแต่งอาคารทุกสไตล์ หากสนใจติดต่อได้ที่ Line: @kansaddlite
ทำไมกันสาดโปร่งแสง ถึงเหมาะกับการตกแต่งห้องเรียนในบ้าน
เชื่อว่าผู้ปกครองหลายท่านคงกังวลว่า หากนำกันสาดโปร่งแสงมาติดตั้ง อาจทำให้ลูกน้อยได้รับปริมาณแสงแดดมากจนเกินไป และเสี่ยงต่อการเป็นไข้ได้ง่าย แต่ในความเป็นจริงแล้ว กันสาดที่มีคุณภาพ และผ่านการรับรองจากหน่วยงานสากล สามารถป้องกันรังสี UV ได้มากถึง 99%
ทำให้แสงแดดที่ส่องเข้ามาในห้อง เป็นแสงที่นวลสบายตา ทั้งยังไม่เป็นอันตรายต่อดวงตา และผิวหนังของเด็ก ดังนั้น เพื่อให้ผู้ปกครองมั่นใจได้ว่ากันสาดแบบโปร่งแสง เหมาะกับการต่อเติมห้องเรียนของลูกน้อย D-Lite จึงได้รวบรวมจุดเด่นของกันสาดโปร่งแสงมาให้แล้ว ดังนี้
- แสงสามารถส่องผ่านได้
กันสาดแบบโปร่งแสง ที่เหมาะกับการต่อเติมในห้องเรียนของลูกน้อย เพื่อให้เสริมพัฒนาการเด็กเล็กได้อย่างเต็มที่ จะต้องเป็นกันสาดที่รับแสงสว่างจากธรรมชาติ และกรองแสงแดดได้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มพื้นที่ให้ลูกน้อยได้จินตนาการถึงโลกกว้าง เมื่อมองเห็นสภาพแวดล้อมภายนอก
- ป้องกันรังสี UV ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รังสีอัลตราไวโอเลต หรือรังสี UV เป็นหนึ่งในมลภาวะที่อาจทำลายดวงตา รวมถึงผิวหนังของลูกน้อยโดยตรง ทั้งยังทำให้เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องมีสีซีด และเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้น เจ้าของบ้านควรเลือกกันสาดโปร่งแสงที่สามารถป้องกันรังสี UV ได้มากถึง 99% เพื่อให้ลูกน้อยได้ใช้เวลาภายในพื้นที่ส่วนตัว ได้เต็มประสิทธิภาพ
- แข็งแรง ทนทาน
จุดเด่นของกันสาดโปร่งแสง นอกจากจะช่วยป้องกันแสงแดด และมลภาวะต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีแล้ว ก็ยังมีความแข็งแรง ทนทาน ป้องกันฝน และแรงลมได้เป็นอย่างดี ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าจะสภาพอากาศไหน ห้องเรียนของลูกจะปลอดภัย และพร้อมใช้งานในทุกสถานการณ์
- เข้ากับการตกแต่งสมัยใหม่
สำหรับผู้ปกครองคนไหนที่อยากเปลี่ยน Mood & Tone ของบ้านให้ดูโมเดิร์นยิ่งขึ้น กันสาดโปร่งแสงจะเข้ามาช่วยเพิ่มเต็มได้เป็นอย่างดี เพราะภาพรวมของบ้านจะดูโปร่ง และสบายตายิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยยกระดับบ้านให้ดูหรูหราขึ้นได้ในพริบตา เรียกได้ว่าลงทุนครั้งเดียว คุ้มค่าไปอีก 10 ปีเลยก็ว่าได้
เป็นอย่างไรกันบ้างกับ เทคนิคออกแบบห้องเรียนให้กับลูกน้อย ด้วยกันสาดโปร่งแสงที่ทาง D-Lite ได้นำมาฝากในวันนี้ ซึ่งนอกจากจะทำให้พื้นที่เรียนรู้ของลูกสวยงามแล้ว ยังช่วยเพิ่มพัฒนาการด้านการจินตนาการ และตกแต่งบ้านให้สวยขึ้นได้อีกด้วย หากต้องการสอบถาม หรือสั่งซื้อ สามารถติดต่อได้ที่ Line: @kansaddlite หรือโทร 085-155-6532, 02-312-4949